จากนั้นหลินมู่อวีปลดปล่อยฌานสัมผัสอย่างช้าๆ สํานักอัศวินในยามค่ําคืนเงียบสงบราวกับ ไม่มีสิ่งมีชีวิต สิ่งเดี๋ยวที่รับรู้ได้คือพลังงานผันผวนซึ่งมันทําให้เขาผิดหวัง เนื่องจากอาอวีไม่สามารถสืบหาเบาะแสด้วยฌานสัมผัสได้เลย ดูเหมือนว่าสํานักอัศวินจะเข้มงวดเป็นอย่างมาก
เขาแผ่ฌานสัมผัสออกไปจนเจอรัศมีปราณยุทธ์ซึ่งมาจากที่พักของทหารเหรียญทอง ในระยะไกลมีพลังผันผวนของปราณยุทธ์ซึ่งอยู่ขอบเขตปฐพระดับที่สาม..นั่นคงเป็นหลัวอวี้ ไม่ไกลกัน นั้นมีผู้ปลดปล่อยปราณยุทธ์อย่างหนาแน่นซึ่งอยู่ขอบเขตนภา คนผู้นั้นคงเป็นหลี่เฉียนซุน และ บนยอดเขาไกลออกไปสามร้อยเมตรมีปราณยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากซึ่งเขาคือราชทูตใหญ่จหยาง เขา ได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ อย่างน้อยคงอยู่ขอบเขตนภาระดับที่สอง และกําลังเข้าสู่ขอบเขตรา ชั้นสวรรค์!
หลังจากปลดปล่อยฌานสัมผัสเป็นเวลานาน หลินมู่อวีค่อยๆ ถอนฌานกลับมา จากนั้นใช้ ทักษะชีพจรวิญญาณเพื่อปกปัดพลังไว้ หากเขาสามารถตรวจสอบผู้อื่นได้ ก็คงมีคนใช้วิธีเดียวกัน ในการตรวจสอบเขา ดังนั้นจึงต้องระวังตัวให้ดี
โดยไม่รู้ว่าหลับไปนานเพียงใด หลินมู่อวีสะดุ้งตื่นจากเสียงไก่ขัน เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็พบแสงตะวันจากทิศตะวันออกสาดส่องลงบนใบหน้าซึ่งบอกได้ว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว
สํานักอัศวินไม่มีการฝึกตอนเช้า ดังนั้นทุกคนต่างฝึกวิทยายุทธของตัวเองโดยไม่รบกวนกันและกัน