เท่าที่ดูทุกคนมีเหรียญตราสํานักอัศวินบนหน้าอกทั้งสีทองแดง สีเงิน สีทองและสีขาว คงจะมีการแบ่งลําดับขั้นเหมือนกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อหลินมู่อวปล่อยทักษะชีพจรวิญญาณไปรอบๆ สมาชิกที่มีเหรียญตราสีทอง พบว่ากลุ่มนี้มีพลังเทียบเท่าปรมาจารย์สงครามระดับสี่สิบถึงห้าสิบ ทว่า ด้อยกว่าองครักษ์อวี้หลินและสมาชิกเหรียญทองแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ ไม่แปลกใจที่สํานักอัศวินเที่ยบชั้นกับองครักษ์อวี้หลินไม่ได้
หากคิดจะใช้พลังเพียงเท่านี้ลอบสังหารฉินอินคงทําได้แค่ฝันเท่านั้น หลินมู่อวีคิดแล้วเผลอยิ้มออกมา
เหล่าทหารในสํานักอัศวินเมื่อเห็นรอยยิ้มของหลินมู่อวีต่างพากันโมโหเพราะคิดว่าตนกําลังถูกหยามเกียรติ…จนกระทั่งสมาชิกเหรียญทองคนหนึ่งถือขวานยักษ์ตรงเข้าไปหาหลินมู่อวีพร้อมตะโกนลั่นอย่างฉุนเฉียว “ไอ้คนสกปรก! มีสิ่งใดน่าขันงั้นรึ? ถึงได้เผยรอยยิ้ม อันอัปลักษณ์ออกมา หากยังไม่หยุดเย้ยหยัน ข้าจะเด็ดหัวของเจ้า!”
ใบหน้าดุดันที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นน่าเกลียดเป็นที่สุด…การถูกคนอัปลักษณ์เรียกว่าอัปลักษณ์มันไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ ทว่าหลินมู่อวีไม่สามารถแสดงความคิดนั้นออกไปได้จึงได้แต่เก็บงําความโกรธนั้นไว้
“ข้ามาเพื่อขอเข้าร่วมสํานักขอรับ” ขณะลงจากม้า หลินมู่อวีได้ล้วงจดหมายแนะนาของจินเสี่ยวถังออกมาจากกระเป๋าเสื้อและยืนมันให้คนด้านหน้านี้ด้วยความเคารพ “จดหมายแนะนําตัวของข้า ท่านช่วยอ่านได้หรือไม่?”