ฉินจิ้นตรัสต่อ “สมาพันธ์นกกระจอกเพลิงร่วมกับกรมอาญากําลังตรวจสอบสํานักอัศวิน ทว่ายังคงได้ผลลัพธ์เดิมๆ แม้ว่าจะให้ท่านชวีไปตรวจสอบเป็นการส่วนตัวแล้ว ความลับของสํานักอัศวินยังมิถูกค้นพบและหากไม่พบเบาะแสใดๆ เราอาจต้องสั่งปิดสํานักอัศวิน!”
เฟิงจี้สิงประสานมือและกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิทรงทําเยี่ยงนั้นมิได้พะยะค่ะ! สํานักอัศวิน มีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับโลกยุทธภพ หากทรงสั่งปิดสํานักคงทําให้กองทัพสูญเสียกําลังทหารอย่างมากพะย่ะค่ะ”
“แล้วไม่เป็นการดีหรือ?”
ฉินจิ้นทรงขมวดพระขนง “หากละทิ้งวิทยายุทธและเอาดีด้านอื่น เราทําเช่นนั้นแทนมิได้หรือ?”
เฟิงจี้สิงพลันกล่าว “เหล่าคนพเนจรอาจบุกเข้ามาทางใต้ และดินแดนทางใต้มักไม่สามัคคี กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากพระองค์ทรงสั่งปิดสํานักอัศวินอาจทําให้ประชาชนไม่ฝักใฝ่เรียนวิทยายุทธและไม่ต้องการเข้าร่วมกองทัพ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้แก่กองทัพหลวงในภายหลังพะย่ะค่ะ”
ทันใดนั้น! ฉินจิ้นทรงตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะอย่างแรงจนทําให้กองกระดาษล้มลงจนกระจัดกระจาย ก่อนตรัสด้วยความโกรธว่า “สํานักอัศวินส่งคนไปทําร้ายเสียวอินและเสียวซี แล้วเราควรเพิกเฉยต่อเรื่องนี้!?”
เฟิงจี้สิงตกตะลึง ตั้งแต่รับใช้องค์จักพรรดิมาเขาไม่เคยเห็นพระองค์ทรงกริ้วเยี่ยงนี้