ชวี่ฉู่ประสานมืออย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมิสามารถค้นหาความลับของสํานักอัศวินได้ เนื่องจากโดนติดตามทุกฝีก้าว เหล่าผู้ดูแลถูกแต่งตั้งโดยคนจากสํานักอัศวิน ทํา ให้เคลื่อนไหวยากพะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ยิ่งต้องตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้น!”
พระพักตร์ฉินจิ้นขีดลงและตรัสว่า “ข้าไม่รู้ว่าจะโดนสํานักอัศวินลอบปลงพระชนม์เมื่อใด พวกเจ้าอยากเห็นข้าถูกลักลอบฆ่าหรือไม่เล่า!?”
“กระหม่อมมิต้องการพะยะค่ะ!” ชวีฉู่ เฟิงจี้สิง และคนอื่นๆ ประสานมือกล่าว
“คิดว่าเป็นคําแนะนําแล้วกัน…” ฉินจิ้นทรงถอนพระทัยด้วยท่าทางเหนื่อยล้าก่อนจะเอนลงบนบัลลังก์
จากนั้นฉ่อว่ายเหมียนประสานมือและกล่าวว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าเราควรส่งบุคคลที่ปราดเปรื่องและแข็งแกร่งเข้าแทรกซึมสํานักอัศวินในเมืองหลวงพะยะค่ะ เป็นวิธีการเดียวที่จะเข้าถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และกระหม่อมจะเป็นผู้อาสาเข้าไปเองพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นทรงแย้มพระสรวลก่อนตรัสว่า “ผู้บัญชาการฉ่อว่ายเหมียนจะเป็นผู้อาสารึ? ทว่าข้า ได้รับสารมาว่าผู้บัญชาการคู่กําลังสานสัมพันธ์กับบุตรีของเส้นโหวเจิ้งอี้ฝาน หากเป็นจริง คงไม่เป็นการควรที่จะปฏิบัติภารกิจครานี้”
ฉู่ฮว๋ายเหมียนสั่นสะท้านเมื่อได้ยินก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ฝ่าบาท แม้กระหม่อมฉู่ฮว๋ายเหมียนจะรักเจิ้งเซียงเพียงใด ทว่าความภักดีต่อฝ่าบาทมิได้แปรเปลี่ยน ขอให้ฟ้าดินเป็นพยานพะยะค่ะ!”