“ข้ารู้…”
ฉินจิ้นทรงยกพระหัตถ์พร้อมตรัสว่า “ยืนขึ้นเถิด ข้ารู้ความคิดของเจ้าดีข้าถึงได้เรียกเจ้ามาที่นี่ ยังไงเล่าถึงเจ้าจะมิได้เหมาะสมกับภารกิจนี้ ทว่าเจ้าเป็นถึงหนึ่งในผู้นําองครักษ์มังกรทําหน้า ที่ปกป้องข้าและองค์หญิงอินดังนั้นข้าจึงไม่สามารถมอบภารกิจเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ให้แก่เจ้า! ดังนั้นสมาพันธ์นกกระจอกเพลิงและกรมอาญาจะต้องเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด!”
การแสดงออกของนุ่ยวายเหมียนกลายเป็นสิ่งไร้ค่า หลินมู่อวี่ตระหนักถึงความสําคัญของภารกิจหลังจากมองดูเงียบๆ หากวุ่ยวายเหมียนสูญเสียความไว้วางใจจากองค์จักรพรรดิ เขาคงถูกปลดจากการเป็นองครักษ์อวีหสิ้น
“ฝ่าบาทพะยะค่ะ”
หลินมู่อวี่เดินออกมาพร้อมประสานมือและกล่าวด้วยความเคารพ “กระหม่อมเป็นหนึ่งในผู้นำองครักษ์อินทรี และการสืบราชการลับเป็นหน้าที่รับผิดชอบของหน่วย ฉู่ฮว๋ายเหมียนเป็นพี่ น้องร่วมสาบานของกระหม่อม ดังนั้นกระหม่อมจึงอาสาทําภารกิจแทนพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นหันพระพักตร์มองก่อนแย้มพระสรวล “สํานักอัศวินเต็มไปด้วยเสือซ่อนเล็บและ มังกรแปลงกาย เจ้าอาจตกอยู่ในอันตรายหากถูกจับได้ หลินมู่อวี่เจ้าจะยอมรับความเสี่ยงของภารกิจนี้หรือไม่?”
“พะยะค่ะ”
“เป็นอันว่าพวกเราจะพึ่งพาเจ้า ฉินเหลย…จัดการให้ข้าที่”
ถิ่นเหลยประสานมือ “พะย่ะคะฝ่าบาท!”
“ ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้าออกไปได้”
“พะยะค่ะ!”