ถึงกระนั้นหลินมู่อวก็สบายใจเมื่อรู้ว่าชวิฉูกลับมาแล้ว
กองกําลังเสินเวยผนวกกําลังกับเจิ้งอี้ฝานและยิ่งแข็งแกร่งขึ้น สมดุลอํานาจเริ่มเอียงไปทาง ตําหนักเจิ้งอี้ฝาน ทว่าการกลับมาของขวฉทําให้สมดุลอํานาจเปลี่ยนไป ด้วยสมญาเพลิงหลอมชวีฉูแห่งเมืองหลวง เจิ้งอี้ฝานจึงทําได้เพียงสงวนท่าที่และรอเวลาที่ขั้วอํานาจจะเอียงกลับไปหาตนอีกครั้ง
ฉินเหลยเข้าไปกระซิบชวีฉู “ท่านชวีฉูทางสํานักอัศวินเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
ชวีฉูส่ายหัว “สํานักอัศวินแห่งหลิงหนานตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทว่าสํานักที่อยู่ใกล้กับเมืองหลันเยี่ยนดูเหมือนพร้อมจะก่อปัญหาได้ทุกเมื่อ ด้วยชื่อเสียงของข้าจึงยากที่จะสืบค้นข้อมูลมาได้ ข้ามีเพียงแค่ลางสังหรณ์เท่านั้น”
“เช่นนั้นคงจะเป็นลางร้ายขอรับ” เฟิ่งจี้สิงลูบดาบสะบั้นวาโยและกล่าวต่อ “การลอบโจมตี องค์หญิงซีและองค์หญิงฉินอิน ป่าล่ามังกรล้วนมีสํานักอัศวินอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เป็นการกระทําที่ส่อให้เห็นถึงการก่อกบฏต่ออาณาจักรอย่างชัดเจน!”
ชวี่ฉูสูดหายใจ “ใช่…ทว่าเรายังไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกมัน”