ิ่มด้วยขอรับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
หลินมู่อวี่พยักหน้า เขาฉุกคิดไม่นานก่อนจะหยุดรถม้า หยิบคันธนูยาวที่เปล่งประกายจากห่อผ้าสีดำส่งมันให้เว่ยโฉว และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คันศรนี้ข้าให้เจ้า ลองนำไปใช้ดูเถิด”
“จริงหรือขอรับ!?”
เว่ยโฉวรับคันศรกลืนปีศาจมาและปล่อยปราณยุทธ์เพลิงเข้าไป มีเสียงวิญญาณของอสูรร้องออกมาเบาๆ เขาดึงลูกธนูออกมาก่อนจะทำการเล็ง พลังเอ่อล้นแผ่จากคันศรและมีพิษออกมาเคลือบที่หัวลูกศร “ซูม!” ลูกธนูถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งปักนกที่กำลังบินอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว
“ท่านแม่ทัพ…”
เว่ยโฉวทำหน้าอย่างไม่เข้าใจ “น…นี่คือคันศรหลอมวิญญาณใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ใช่ เจ้าสงสัยสิ่งใดหรือ?” หลินมู่อวี่ถาม
เว่ยโฉวลำบากใจ “มีเพียงปรมาจารย์ไม่กี่คนที่สร้างคันศรได้ และในบรรดาปรมาจารย์นั้นก็มีเพียงไม่กี่คนที่หลอมคันศรวิญญาณได้ หรือหากนำไปขายทอดตลาดราคาย่อมไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันเหรียญทอง ท่านแม่ทัพ…ข้าคงมิอาจรับสิ่งที่มีค่ามหาศาลเช่นนี้ได้ขอรับ” หลินมู่อวี่ยิ้ม “แต่คันศรนี้ข้าทำเองกับมือหาใช่ปรมาจารย์ที่ใดไม่ ทุนสักเหรียญข้าก็ไม่ได้เสีย เจ้าเอาไปใช้เถิด เกิดเป็นชายมิควรลังเลเช่นนี้”