กับงานสร้างได้ดีเช่นนี้
กระบวนการหลอมอาวุธใช้เวลาร่วมสามชั่วโมง ในที่สุดการหลอมหอกยาวก็เสร็จสิ้น!
“ซ่า…”
กลุ่มไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากตัวหอกที่ถูกนำไปแช่น้ำ หลินมู่อวี่รีบดึงหอกขึ้นจากน้ำมาตรวจสอบน้ำหนัก ตัวหอกมีความคงทนดีเพราะด้านในกลวง มิเช่นนั้นหากด้ามตันหมดมันจะดูเป็นแหลนเสียมากกว่า หลินมู่อวี่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้อาวุธตน จึงเริ่มใช้ไฟโลกันต์อีกครั้งเพื่อสลักชื่อ…หอกอัสนีโลกันต์!
ช่างเป็นชื่อที่ดี…หอกสายฟ้าที่หลอมด้วยไฟโลกันต์
หลินมู่อวี่หยุดพักก่อนจะเริ่มหลอมอาวุธชิ้นต่อไป
อาวุธชิ้นที่สองจะใช้ศิลาวิญญาณน้ำแข็งอายุหกพันสี่ร้อยปีในการหลอม หลินมู่อวี่ครุ่นคิดก่อนตัดสินใจสร้างเป็นกระบี่รบ แม้ส่วนตัวจะไม่ชอบกระบี่นัก ทว่ามันเป็นอาวุธที่ถูกใช้มากที่สุดในสนามรบ เมื่อสู้รบ กระบี่ไม่เพียงแต่พุ่งจู่โจม แต่ยังสามารถพลิกแพลงได้มากกว่าดาบ ซึ่งเหมาะกับทหารในสงครามอย่างยิ่ง
หลินมู่อวี่เริ่มทำการหลอมเหล็กนิลหมื่นปีที่เป็นขั้นตอนพื้นฐานในการหลอมอาวุธอีกครั้ง ตามด้วยหลอมศิลาวิญญาณซึ่งในครั้งนี้ง่ายกว่าครั้งก่อนหน้า เมื่อวิญญาณอสูรปรากฏตัว เขาใช้เพียงประทีปที่หนึ่งก็จัดการได้แล้ว ก่อนจะหลอมต่อจนสำเร็จ
หลินมู่อวี่เลือกแม่พิมพ์กระบี่รบที่ดูทรงพลังมาก ส่งผลให้ตัวกระบี่มีน้ำหนักมากกว่าร้อยปอนด์ มันมีสีฟ้าใสที่มาจากการหลอมศิลาน้ำแข็งเข้าไปจึงได้ชื่อว่า…กระบี่วิญญาณน้ำแข็ง หลินมู่อวี่ไม่ลืมสลั