หลินมู่อวี่ถอนหายใจนอนมองแมลงเต่าทองคลานไปมาบนเตียงนุ่ม ฐานของหน่วยอินทรีช่างใกล้ชิดกับธรรมชาติเสียจริง
หลินมู่อวี่เลิกสนใจเจ้าแมลงและหลับตาลง ค่อยๆ ขยายทักษะชีพจรวิญญาณออกไป
หลายวันที่ผ่านมาหลินมู่อวี่หันไปให้ความสนใจทักษะชีพจรวิญญาณที่เห็นผลดีกว่าการอ่านตำราหลอมกระดูมังกร การใช้พลังสองประทีปทำให้สิ้นเปลืองพลังวิญญาณมาก ทว่าต่อจากนี้เขาใช้มันติดกันสามครั้งก็คงไม่มีปัญหานั่นก็เพราะพลังฌานเจ็ดประทีปเป็นวิชาที่แข็งแกร่งที่สุด การฝึกด้วยชีพจรวิญญาณจึงทำได้ง่ายกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นชีพจรวิญญาณยังเคยช่วยให้หลินมู่อวี่รอดจากเจดีย์ทงเทียนด้วย เหล่ยหงเคยกล่าวว่าผู้คิดค้นทักษะนี้เป็นคนบ้า แต่สำหรับหลินมู่อวี่มองว่าเหมือนอัจฉริยะเสียมากกว่า
ด้วยฌานสัมผัสที่แผ่ขยาย ต่อให้หลินมู่อวี่หลับตาก็สามารถเห็นพื้นที่โดยรอบได้ชัดเจนกว่าตาเห็น มีแมลงเต่าทองคลานบนหญ้า บนเพดานกระโจมมีแมงมุมสีดำโหนใยอยู่ ทั้งยังทำให้รู้อีกว่าปีนี้ฤดูหนาวจะมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งเหล่าสัตว์ยังไม่รู้ตัวและยังไม่เข้าจำศีล พลังนี้ทำให้เขาเห็นไปไกลถึงยอดเขาอินทรีที่มีทุ่งหน้าปรากฎหลังหิมะละลาย
ไกลออก…เขาเห็นกลุ่มทหารองครักษ์อวี้หลินตั้งวงดื่มเหล้า มีกงฉวนและฉู่เจ๋งอยู่ด้วย แม้จะห่างจากที่พักของหลินมู่อวี่กว่าร้อยยี่สิบเมตร แต่ทักษะชีพจรวิญญาณยังทำงานได้อย่างดีเยี่ยมจนได้ยินชัดเจนว่าคนพวกนั้นกำลังคุยสิ่งใดกัน ช่างเป็นวิชาที่ลึกล้ำเสียจริ