ง!
“สักวันข้าต้องเด็ดหัวมันให้ได้!” กงฉวนกระแทกแก้วไวน์ลงกับโต๊ะ
ฉู่เจ๋งพูดขึ้น “หมัดของหลินมู่อวี่รวดเร็วและทรงพลัง ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันทำลายเกราะปราณของข้าตอนไหน”
กงฉวนตอบ “มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่ามันเรียนวิชาประหลาดทั้งหมดนั้นมาจากไหน มิเช่นนั้นเราคงไม่แพ้ง่ายดายเพียงนี้ ถ้าเรื่องถึงหูท่านเจิ้งอี้ฝาน ท่านคงผิดหวังในตัวเราเป็นแน่”
ฉู่เจ๋งยิ้ม “มีสายของท่านเจิ้งอี้ฝานอยู่ทั่วเมืองหลันเยี่ยน ป่านนี้คงทราบเรื่องแล้ว ท่านพี่กงฉวนอย่าได้กังวลไป หลินมู่อวี่ยังต้องเจอกับท่านเจิ้งอี้ฝานอีกหลายครา ท่านผู้นั้นไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ แน่นอน รอให้ท่านส่งคนฝีมือดีมาจัดการเจ้าสารเลวนั่นดีกว่า”
กงฉวนยังคงโมโห “หากมีโอกาส…ข้าอยากเป็นคนตัดหัวมันเสียเอง!”
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน!”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วและปล่อยพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ทว่าไม่ได้ยินเสียงของผู้ใดอีก ชัดเจนว่าระยะจำกัดอยู่ที่หนึ่งร้อยยี่สิบเมตร เพราะทักษะชีพจรวิญญาณจะกระจายตัวเป็นคลื่นแล้วสะท้อนข้อมูลกลับมา ฉะนั้นหากเกินระยะเสียงจะเลือนรางฟังไม่ออก
หลินมู่อวี่ฝึกฝนจนดึกดื่น ก่อนจะสัมผัสถึงความง่วงและหลับไป
…
เช้าวันถัดมา เมื่อหลินมู่อวี่ตื่นขึ้นก็พบสำนักวิญญาณอัคคีกำลังทำอาหารเช้าอยู่ที่ด้านนอกกระโจม
เว่ยโฉวเอ่ยถามด้วยความเคารพจากด้านนอก “ท่านแม่ทัพ ตามธรรมเนียมของรังอินทรีต้องฝึกสี่ชั่วโมงก่อนทานอาหารเช้าขอรับ”
“อืม”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นล้าง