วรอารักขาตระกูลหยินในตำหนักเจ๋อเทียนหรือ?”
ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนปัดน้ำแข็งออกจากบ่าก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เมื่อวานนี้เจิ้งอี้ฝานทำการเปิดศึกกับองครักษ์อวี้หลินด้วยการสังหารรองผู้บัญชาการซ่งฮั่นหยวน เป็นครั้งแรกที่เขากล้ายั่วโมโหฝ่ายเราและคงมีครั้งต่อไปเป็นแน่ ผู้บัญชาการฉินเหลยคาดการณ์ว่าเจ้าอาจเป็นรายต่อไป จึงส่งข้าและพี่น้ององครักษ์มังกรมาคุ้มกันเจ้าอย่างลับๆ แต่กลับถูกเจ้าจับได้เสียก่อน…”
หลินมู่อวี่ทั้งรู้สึกปลาบปลื้มและวิตกกังวล “ข้าเกรงว่าจะเป็นภาระต่อท่านพี่เสียมากกว่า พาทุกคนกลับตำหนักเจ๋อเทียนเสียเถิด อย่าห่วงข้าเลย ที่นี่มีองครักษ์เจ็ดสิบนายและกองทหารอีกกว่าร้อยนาย หากเจิ้งอี้ฝานจะบุกมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย”
“ฮ่าๆ เจ้าอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย” ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนหัวเราะอย่างผ่อนคลาย “เจ้าก็รู้ว่าท่านฉินเหลยพูดคำไหนคำนั้น เมื่อมอบหมายภารกิจแล้วก็ต้องทำให้เสร็จ เขาสั่งให้พวกข้ามาคุ้มกันเจ้าจนกว่าจะถึงวันบวงสรวงหน้าหนาวอีกสามวันข้างหน้า ฉะนั้นช่วยทนพวกข้าไปสักพักเถิด”
“เช่นนั้นข้าไม่ขัดข้องขอรับ…”
หลินมู่อวี่ทำหน้าจำยอมและยอมรับในสถานการณ์ตอนนี้
หลินมู่อวี่เข้าร่วมการฝึกช่วงเช้ากับคนอื่น เป็นการฝึกง่ายๆ เช่นขี่ม้า ฟันดาบ ใช้มีด และตามด้วยธนู หลังจากใช้ชีวิตในเมืองหลันเหยี่ยนมานาน ฝีมือการขี่ม้าของเขานับได้ว่าอยู่ระดับแนวหน้า ทักษะดาบทั้งสี่สำนักเองก็ไม่ต้องฝึกมากพอๆ กับทักษะมีด แต่ทักษะยิ