่สินะ การที่รอดชีวิตจากเจดีย์ทงเทียนมาได้ก็คงไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่”
หลินมู่อวี่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรขณะที่เดินเข้าไป จากนั้นเขาหยิบถุงใบหนึ่งออกมาเขย่าก่อนที่ศิลาวิญญาณจะหล่นลงมาพร้อมกล่าวว่า “ท่านผู้บัญชาการ นี่เป็นผลผลิตจากการเดินทางของพวกเรา ศิลาวิญญาณอัคนีพยัคฆ์กระหายเลือดอายุห้าพันเจ็ดร้อยปี ศิลาวิญญาณอัคนีหมีเหล็กทมิฬอายุสี่พันสองร้อยปี ศิลาวิญญาณบรรพตหมาป่าศิลามลทินอายุห้าพันสองร้อยปี ศิลาวิญญาณอรุณอสูรเกล็ดทองคำอายุหกพันสองร้อยปีและอายุสี่พันแปดร้อยปี ได้โปรดตรวจสอบทีละก้อนได้เลยขอรับ”
ดวงตาเมิ่งฟางเป็นประกายขณะที่เห็นศิลาวิญญาณหลายก้อนเปล่งแสงแวววาวอยู่บนโต๊ะ เขาหัวเราะเบาๆ และกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพหลิน ข้ามีข้อสงสัยอยากจะถาม ท่านได้ศิลาวิญญาณอายุกว่าห้าพันปีทั้งหมดนี้มาได้เยี่ยงไร…พูดกันตามตรง แม้ว่าท่านจะอยู่ขอบเขตนภาระดับที่หนึ่ง ทว่า…การฆ่าสัตว์วิญญาณอายุหกพันสองร้อยปีคงไม่ง่ายถึงเพียงนั้นใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ชี้ไปที่แขนก่อนจะกล่าวว่า “เพื่อที่จะฆ่าอสูรเกล็ดทองคำ…ข้าต้องแลกด้วยแขนที่หัก ส่วนทหารคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัส กว่าจะได้ศิลาวิญญาณทั้งหมดมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ท่านคิดขอรับ…”
“เป็นเช่นนั้นเองหรือ…”
เมิ่งฟางมองหลินมู่อวี่ด้วยสายตาชื่นชมและกล่าวว่า “รังอินทรีช่างโชคดีที่มีผู้ที่แข็งแกร่งอย่างท่านหลินมู่อวี่ ข้าขอพูดตามสัตย์จริง…หากท่านไม่ได้ถูกส่งมาที่นี่…เราคง