ไม่สามารถลุล่วงภารกิจสำหรับพิธีเหมันตฤดูเป็นแน่ แม้จะส่งทหารทั้งหมดออกไปผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน”
หลินมู่อวี่หัวเราะขณะที่ประสานมือขึ้นพร้อมกล่าวอย่างถ่อมตนว่า “ตั้งแต่ที่ข้าเข้าร่วมองครักษ์อินทรี แน่นอนว่าข้าได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของหน่วย ชื่อเสียงของรังอินทรีก็เหมือนชื่อเสียงของข้า ดังนั้นจึงมิอาจละเลยต่อภารกิจนี้ได้ขอรับ”
เมิ่งฟางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ท่านต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ดังนั้นมาดื่มกันเถิด”
“เป็นเกียรติมากขอรับท่านแม่ทัพ”
หลินมู่อวี่สะบัดชุดรบก่อนจะนั่งลงอีกมุมของโต๊ะ จากนั้นมีทหารเข้ามารินสุราให้เขา รวมทั้งเว่ยโฉวและองครักษ์นายอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ห่างออกไป…ผู้บัญชาการนายหนึ่งฉีกขากระต่ายในชามทองแดงก่อนจะกัดลงไปคำใหญ่ น้ำมันย้อยลงมาจนเปื้อนเคราก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ข้าทราบมาว่าท่านหลินมู่อวี่สนิทสนมกับท่านผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงและฉินเหลย อีกทั้งเป็นที่โปรดปรานขององค์หญิงอินและองค์หญิงซี เมื่อครั้งที่ท่านถูกเนรเทศไปยังหอคอยทงเทียน ทั้งสองพระองค์ทรงวิงวอนขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ท่าน เนื่องด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้…เหตุใดกันท่านจึงมาเข้าร่วมรังอินทรี?”
เขาเช็ดปากก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม “การเข้าร่วมองครักษ์มังกรอาจไม่เกินความสามารถของท่าน อีกทั้งการรับใช้สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงและรัชทายาทองค์หญิงอิน…คงจะดีกว่าการมาอยู่ที่รังอินทรีซึ่งเต็มไปด้วยคนโง่เขลามิใช่หรือ?”