หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา ภายหลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยเขากล่าวขึ้น “ข้าเพียงคิดว่า…การมาอยู่ที่รังอินทรีนั้นผ่อนคลายมากกว่า?”
เมิ่งฟางหัวเราะ “ใช่แล้ว รังอินทรีของเราเป็นหน่วยองครักษ์ที่อยู่ห่างไกลจากตำหนักเจ๋อเทียนและองค์จักรพรรดิมากที่สุด แม้ว่าเราจะต้องลาดตระเวน รวบรวมข่าวสาร และทำภารกิจเสี่ยงอันตรายมากมาย ทว่าก็เป็นหน่วยที่มีอิสระมากที่สุด”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ท่านผู้บัญชาการพูดถูกขอรับ”
เมื่อนายพลผู้มีหนวดเคราครึ้มพยายามพูดต่อ เมิ่งฟางก็พูดขัดจังหวะ “ท่านเซี้ยโหวซาง…ท่านหลินมู่อวี่พึ่งกลับจากการลาดตระเวนและได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นควรหยุดถามเรื่องไร้สาระได้แล้ว หากต้องการถามสิ่งใดควรทำในภายหลัง”
เซี้ยโหวซางตกตะลึงก่อนจะกำหมัดแน่นขณะที่กล่าวว่า “ขอรับท่านผู้บังคับบัญชา!”
…
ไม่นานหลังจากเมิ่งฟางออกคำสั่ง กงฉวนและสวี่เกิงก็เข้ามาในกระโจมหลัก กงฉวนมีผ้าพันแผลพันรอบคอ ส่วนแขนของสวี่เกิงดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่รุนแรง
เซี้ยโหวเซิงหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นสภาพของกงฉวนและสวี่เกิง เขาถือจอกสุราขณะเผยยิ้มล้อเลียนก่อนจะกล่าวว่า “ว่าไง…เหตุใดนายพลทั้งสองจากจวนเสินโหวถึงตกอยู่ในสภาพนี้? อืม…ท่านคงได้พบกับผู้ชำนาญการขอบเขตปราชญ์อย่างท่านชวีฉู่สินะ? มิเช่นนั้นจะมีใครแข็งแกร่งมากพอในรังอินทรีที่จะเอาชนะท่านกงฉวนได้”
ใบหน้ากงฉวนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกล่าวว่า “เซี้ยโหวซาง…ดื่มส