กนั้นเสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล ขณะที่ฉินเหลยและองครักษ์รักษาพระองค์เดินเข้ามา…เมื่อเห็นร่างไร้ศีรษะของซ่งฮั่นหยวนบนพื้นพระพักตร์ฉินเหลยพลันซีดเซียว เขาลงจากม้าก่อนจะชักดาบอัสนีทลายทันที ทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยปราณยุทธ์ และพันธะเทวาโคจรรอบดาบก่อนที่ฉินเหลยกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “มันคือผู้ใด? ไอ้สารเลวคนไหนที่ฆ่าซ่งฮั่นหยวน!?”
“องค์ชาย…เป็นอาวุโสผู้นี้พ่ะย่ะค่ะ”
เสินโหวเจิ้งอี้ฝานกล่าวด้วยท่าทีเคารพ “ซ่งฮั่นหยวนแอบเก็บที่ดินหนึ่งพันตารางวาซึ่งเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฏ เมื่อข้าพยายามจับกุมซ่งฮั่นหยวนก็เริ่มก่อการกบฏ จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากสังหารเขาพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้า!”
พระพักตร์ของฉินเหลยเต็มไปด้วยโทสะ ดาบอัสนีทลายปกคลุมไปด้วยพลังสายฟ้า เขาแทบจะบดฟันตัวเองจากการขบฟันอย่างรุนแรงขณะที่ตะโกนว่า “ไอ้หมาแก่เจิ้ง! เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว! ข้า…ฉินเหลยมิสามารถทนอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกับเจ้าได้!”
“ท่านอ๋องน้อย!”
เจิ้งอี้ฝานตะโกนออกมาพร้อมปลดปล่อยพลังขอบเขตปราชญ์กดทับทุกคน ฉินเหลยแบกรับแรงกดทับนั้นไว้ ขณะที่ใช้พลังงานทั้งหมดถักทอเป็นตาข่ายล่องหนล้อมรอบร่างกาย เขาพลันปลดปล่อยปราณยุทธ์ที่มี ทันใดนั้น! เส้นเลือดสีฟ้าผุดขึ้นบนหน้าผากฉินเหลยขณะที่เลือดสีแดงซึมออกจากผิวหนัง
อีกด้านหนึ่งของการต่อสู้ หลินมู่อวี่ตกตะลึงจนพูดสิ่งใดไม่ออก เมื่อเห็นเลือดไหลออกจากมุมปากของฉินเหลยเขาก็ถูกโทสะเข้าครอบงำและปลดปล่อยปร