าณยุทธ์ทั้งหมดในร่างกาย มันลุกโชนก่อนจะเปลี่ยนเป็นพลังเจ็ดประทีป ทันใดนั้น! ร่างราชาปีศาจก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา
“ปลดปล่อย!”
หลินมู่อวี่คำรามพร้อมปลดปล่อยพลังสี่ประทีปเทพมารโศกาปกคลุมร่างกาย มันทำลายแรงกดทับจากพลังของเจิ้งอี้ฝานจนหมดสิ้น ราวกับว่าพลังของเจิ้งอี้ฝานนั้นมีช่องโหว่ เจิ้งอี้ฝานไม่คาดคิดว่าพลังที่แข็งแกร่งที่สุดจะมาจากหลินมู่อวี่ซึ่งมันทรงพลังมากจนสามารถทำลายเขตแดนของเขาได้
ร่างกายเจิ้งอี้ฝานสั่นสะท้านและเริ่มทรงตัวไม่อยู่ อีกทั้งเลือดและปราณยุทธ์พองตัวขึ้นจนทำให้เขารู้สึกไม่ดี เจิ้งอี้ฝานขมวดคิ้วด้วยความกังขาว่าหลินมู่อวี่ได้พลังแปลกประหลาดนี้มาได้อย่างไร…
ฉินเหลยพุ่งตัวทันทีเมื่อหลุดจากแรงกดทับ ทันใดนั้น! ดาบพุ่งตกลงตรงหน้าเจิ้งอี้ฝาน วิญญาณยุทธ์ปะทุขึ้นทำลายทุกอย่างรอบบริเวณ มันคือท่าโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของดาบอัสนีทลาย…พงไพรทลายสี่ทิศ!
“ท่านพ่อ!”
เจิ้งฟางพุ่งตัวออกจากเหล่าทหารค่ายเสินเวยพร้อมกวัดแกว่งดาบ จากนั้นปราณยุทธ์ก่อตัวขึ้นหนาแน่นบนใบดาบ ขณะที่พยายามขัดขวางการโจมตีของฉินเหลยและปกป้องเจิ้งอี้ฝานขณะที่ถอยหนี
ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าการโจมตีของฉินเหลยจะรุนแรงขึ้น ทันใดนั้น! ดาบอัสนีทลายถูกดึงออกจากพื้นก่อนที่ฉินเหลยจะตะโกนกึกก้อง “อัสนีทลายผ่าอรุณ!”
‘เปรี้ยง!’
เจิ้งฟางไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้ แม้ว่าเขาและฉินเหลยจะอยู่ในขอบเขตนภาระดับที่หนึ่งเหมือนกัน ทว่าเจิ้ง