กหมูป่าตัวนี้ขึ้น ปราณยุทธ์โคจรรอบตัวขณะที่เว่ยโฉวคำรามเสียงทุ้ม “จงขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
“แซ่ก แซ่ก…”
มีเพียงหิมะเท่านั้นที่ขยับขณะที่ร่างหมูป่านิ่งสนิท…
องครักษ์นายหนึ่งหัวเราะออกมา “เว่ยโฉว สุกรตัวนี้มีน้ำหนักอย่างน้อยสี่ถึงห้าพันกิโลกรัม เจ้าจะยกมันด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร? มา! ดึงมันขึ้นเกวียนเถิด ใครก็ได้ตักหิมะตรงหน้านี้ออกที เราจะกลับเมืองหลันเยี่ยนแล้ว!”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่เผยยิ้มระหว่างมองดูหมูป่าถูกลำเลียงขึ้นเกวียนอย่างช้าๆ เขาใช้มือปัดหิมะออกจากไหล่พลันรู้สึกว่า…สถานที่ที่เต็มไปด้วยหิมะแห่งนี้ช่างอิสระช่างน่าผ่อนคลายเหลือเกิน…แตกต่างจากเมืองหลันเยี่ยนที่มีเจิ้งอี้ฝาน เซี่ยงอวี้ เจิ้งฟาง หลัวซิ่ง และคนอื่นๆ คอยวางแผนคิดแต่จะฆ่าเขา!
เมื่อเทียบกับเมืองหลันเยี่ยน ป่าล่ามังกรแห่งนี้มีอิสระและไร้ข้อจำกัดมากกว่า
ทว่าอาอวี่มีฉินอิน เสี่ยวซี ฉู่เหยา เฟิงจี้ซิง ฉินหยาน ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน จางเหว่ย และคนอื่นๆ ในเมืองหลันเยี่ยน เขามิได้มีเพื่อนอยู่ที่ป่าล่ามังกรแห่งนี้เลย ซึ่งชีวิตของหลินมู่อวี่ก็ผูกพันอยู่กับข้อเท็จจริงนี้
…
แม้ล้อเกวียนจะมีขนาดใหญ่ ทว่าเส้นทางบนภูเขานั้นขรุขระมาก รวมถึงยังมีพื้นที่หลายแห่งที่ไม่สามารถใช้ล้อเกวียนเดินทางข้ามผ่านไปได้ ดังนั้นทางเลือกเดียวคือต้องหามเนื้อหมูป่าหนักห้าพันกิโลกรัมข้ามเส้นทางเหล่านั้นไป แน่นอน…ไม่ใช่เรื่องง่าย! ดังนั้นทหารที่ต้องรับหน้าที่นี้