ผวนที่แข็งแกร่งมาก นั่นจึงทำให้เขายกมือขึ้นทันทีและพูดว่า “ระวัง…มีสัตว์วิญญาณตัวหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา มันแข็งแกร่งมาก เตรียมตัวให้พร้อม!”
ทุกคนลงจากม้าและชักดาบเตรียมพร้อม ทหารหลายคนคนดึงธนูออกมาด้วยความสั่นเทา อาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นเกินไปเลยทำให้คันธนูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกมาเหมือนพร้อมจะหักได้ทุกเมื่อ
“มันมาแล้ว!”
เมื่อราตรีมาเยือน มีเสียงคำรามก้องของสัตว์ร้ายดังมาจากทางหุบเขา แสงทองสว่างไปทั่วผืนฟ้า เว่ยโฉวเผยท่าทางปีติยินดี “ท่านแม่ทัพ มันคืออสูรเกล็ดทองคำ!”
เจ้าอสูรเกล็ดทองคำนั้นเป็นสัตว์ที่ประหลาด เป็นอสูรที่หาพบได้ยากและมีพลังอันสามารถกลืนกินหรือปล่อยลำแสงได้
หลินมู่อวี่ที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าและชักกระบี่ออกมา ยังไม่ทันตั้งตัวเจ้าอสูรร้ายก็ได้เหยียบย่างพื้นหิมะ และหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มันมีหัวเป็นเสือโคร่งแต่ลำตัวเป็นเสือชีตาห์ มันขู่ครางเสียงต่ำ อีกทั้งยังจดจ้องมาที่พวกหลินหมู่อวี่ด้วยดวงตาสีเลือดอันแข็งกร้าว ลายที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองปรากฏบนหัวของมันมีสีทองสี่เส้นและสีเงินแปดเส้น
“ข้าเกรงว่าเราคงไม่มีทางเลือกอื่น…”
หลินมู่อวี่ลงจากหลังม้า “เจ้าอสูรตัวนี้ออกมาล่าอาหาร ต่อให้เราไม่จู่โจมมันก่อน มันก็ทำเราอยู่ดี เพราะงั้นอย่าได้ยั้งมือ ยิงมัน!”
“ขอรับ!”
ฟิ้ว…ฟิ้ว…เสียงกระหน่ำยิงคลื่นธนูของกองทหารดังอย่างต่อเนื่อง ทักษะธนูของทหารองครักษ์นั้นนับได้ว่าดีเยี่ยม ถึงจะพลาดเป้