กเราตระกูลฉิน!”
“พี่ฉินเหลย ถอยออกมา!”
หลินมู่อวี่ตะโกนเสียงดัง ทำให้ฉินอิน ถังเสี่ยวซีและฉู่เหยาหยุดเท้าทันที ทุกคนต่างยืนตกตะลึงตาค้างอยู่
“ผู้เฒ่านี้เป็นใครกันแน่” ฉินอินกะพริบดวงพระเนตร
“เป็นคนตระกูลฉิน”
หลินมู่อวี่ถือกระบี่แล้วหันกลับไป มองมารโลหิตที่อยู่ห่างออกไปไกล ก่อนประสานมือแล้วพูดขึ้น “ผู้อาวุโส ยอมแพ้เสียเถอะ ข้าออกมาจากเจดีย์ทงเทียนแล้ว ทำไมท่านถึงไม่ยอมปล่อยข้าไปล่ะขอรับ”
มารโลหิตสีหน้าโกรธแค้น และในตอนนี้เอง ใบหน้าของเขาก็แก่ชราลงอย่างรวดเร็ว พูดให้ชัดเจนก็คือแก่ชรากว่าเดิมมาก พริบตาเดียวเขาก็ดูคล้ายซากศพแห้งๆ พร้อมจะถูกลมพัดหายไปได้ทุกเมื่อ
อายุขัย!
ตอนนี้เหตุผลเดียวที่มารโลหิตไม่ออกจากเจดีย์ทงเทียน ก็เพราะเขาต้องการดูดซับพลังของความตายจากมิตินรกมาเพิ่มพลังชีวิตให้กับตนเอง ไม่เช่นนั้นทันทีที่เขาออกจากเจดีย์ทงเทียน ชีวิตของเขาก็จะสลายหายไปตามสายลม
ภาพที่น่าสะพรึงกลัวตรงหน้า ทำให้หญิงงามทั้งสามถึงกับหน้าซีดเผือด
หลินมู่อวี่โล่งอก เขาเดาไม่ผิด มารโลหิตเป็นคนโลภมาก เพื่อตำแหน่งจักรพรรดิแล้ว ไม่เห็นแก่สัมพันธ์พี่น้อง คนเช่นนี้ไม่ยอมอยู่ในเจดีย์ทงเทียนเฉยๆ หรอก ในเจดีย์นี้ต้องมีบางสิ่งที่ทำให้เขาไม่อาจปล่อยไปได้ ตอนนี้คำตอบก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว เจดีย์ทงเทียนมีสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด นั่นก็คืออายุขัย
“เสี่ยวเฮย พวกเรากลับ!”
มารโลหิตลูบหัวเจ้าหมีเบาๆ บังคับมันกลับไปยังเจดีย