งใต้เท้าหลินมู่อวี่ว่าก้าวหน้าไปเท่าไรแล้วเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ไม่ได้จะขัดรับสั่งเด็ดขาด โปรดทรงเข้าพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินอินกล่าวเย็นชา “เจ้าถอยไป ข้าจะพาเขากลับตำหนักเจ๋อเทียนเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
หลินมู่อวี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย ใช้พลังประทีปที่สามติดกันสามครั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด แต่ผลข้างเคียงต่อร่างกายยังคงรุนแรงมาก ผ่านไปสิบนาทีเต็มถึงจะเดินตามฉินอินและถังเสี่ยวซีขึ้นม้าไป
……
กลับมาที่ตำหนักเจ๋อเทียนอีกครั้ง ครั้งนี้กลับมีความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง หลินมู่อวี่คุกเข่าลงพร้อมเฟิงจี้สิง ฉินเหลยและฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนที่พื้นเบื้องพระพักตร์ของจักรพรรดิ ในใจสับสนวุ่นวาย ในวินาทีนี้เองหลินมู่อวี่ก็เข้าใจว่าอะไรที่เรียกว่าอยู่ใกล้จักรพรรดิก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ อำนาจสวรรค์ยากจะคาดเดา ความเป็นความตายของตนเองขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้อื่น ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
“หลินมู่อวี่”
ฉินจิ้นทอดพระเนตรมองเขา ตรัสขึ้น “เจ้ารอดออกมาจากเจดีย์ทงเทียนได้ เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าเจ้าไม่สมควรตายจริงๆ หลังจากผ่านเคราะห์กรรมครั้งนี้ เจ้ากลับมารับหน้าที่ตำแหน่งเดิมเป็นองครักษ์อวี้หลินหน่วยพยัคฆ์ต่อไป ผู้บัญชาการฉินเหลยจะเตรียมทุกอย่างให้เจ้า ช่วงบ่ายเจ้าก็กลับไปลาดตระเวนได้แล้ว”
“ฝ่าบาท เรื่องที่กระหม่อมร้องขอไว้ในตอนแรกยังมีผลอยู่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”