หลินมู่อวี่ทูลถาม
ฉินจิ้นงุนงง “เรื่องอะไรหรือ”
“ยกเลิกระบบหญิงรับใช้ค่ายทหารของจักรวรรดิพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้า!”
ฉินจิ้นกัดพระทนต์ก่อนตรัสขึ้น “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนมากมาย ไม่ใช่ข้าบอกว่ายกเลิกแล้วจะยกเลิกได้ แต่ข้าจะเก็บไปพิจารณา เจ้าไม่ต้องพูดมากแล้ว กลับไปลาดตระเวนเถอะ!”
หลินมู่อวี่ยอมแพ้กับเรื่องนี้ เขาลุกขึ้นยืน ก่อนประสานมือกล่าว “ฝ่าบาท กระหม่อมขอเข้าร่วมหน่วยองครักษ์อินทรีพ่ะย่ะค่ะ”
“หน่วยองครักษ์อินทรี?” ฉินจิ้นตะลึง “เพราะอะไร”
ฉินอินที่ประทับข้างองค์จักรพรรดิร้อนพระทัย ตรัสถาม “อาอวี่ ทำไมเจ้าต้องการเข้าหน่วยองครักษ์อินทรีล่ะ นั่น…มันลำบากมากเลยนะ ต้องอยู่นอกเมืองแทบจะตลอดเวลา…”
“กระหม่อมทราบพ่ะย่ะค่ะ” หลินมู่อวี่เองจะบอกว่าเป็นเพราะไม่อยากอยู่ข้างจักรพรรดิก็ไม่ได้ จึงพูดแค่ “กระหม่อมอยากอยู่ด้านนอกเพื่อฝึกฝนพ่ะย่ะค่ะ หวังว่าฝ่าบาทจะทรงอนุญาต”
ฉินจิ้นแย้มพระสรวล พยักพระพักตร์ก่อนตรัสขึ้น “ในเมื่อเจ้าอยากจะเป็นองครักษ์อินทรี ข้าก็จะอนุญาตตามที่เจ้าขอ เพียงแต่องครักษ์อินทรีไม่ใช่จะเป็นกันง่ายๆ ไม่เพียงต้องรับผิดชอบลาดตระเวนความปลอดภัยรอบนอกของเมืองหลวง แต่ยังต้องเข้าป่าล่ามังกรล่าสัตว์วิญญาณที่หายาก รวบรวมอาหารและสิ่งของมีค่า ส่งมาให้ตำหนักเจ๋อเทียนเพื่อใช้สอย เรื่องนี้…เจ้าทำได้หรือไม่”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ” สายตาหลินมู่อวี่เรียบเฉย
“ดี”
ฉินจิ้นทรงลุกขึ้นยืน ก่อนตรัส “เช่นนั้นแต่ง