ผ่วเบา กล่าว “เสี่ยวซี พวกเราตระกูลถังมีรากฐานอยู่ที่เมืองชีไห่เฉกเช่นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดาย เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าปู่ทุ่มเทไปเท่าไร ถึงแม้ตอนนี้พวกเราจะได้ชื่อว่ามีกองทหารม้าที่แข็งแกร่งเกรียงไกร แต่ก็ไม่ได้มีพลังพอที่จะต่อต้านเสินโหวเจิ้งอี้ฝาน เขาเป็นเทพแห่งการทหารอันดับหนึ่งในใต้หล้า!”
“ท่านปู่!”
ถังเสี่ยวซีกัดริมฝีปาก ดวงตาแดงก่ำ “หากท่านไม่ไปช่วยขอร้องให้หลินมู่อวี่ เสี่ยวซีต้องเสียใจไปทั้งชีวิตแน่ ท่านปู่ ช่วยข้าสักครั้งไม่ได้หรือเจ้าคะ”
ถังหลันสูดลมหายใจเข้า ไม่อาจขัดใจหลานสาวผู้นี้ได้ จึงกล่าวขึ้น “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าไปเก็บสัมภาระ พรุ่งนี้เช้า ปู่จะไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิที่เมืองหลันเยี่ยนกับเจ้า ดีหรือไม่”
“อื้ม ขอบคุณท่านปู่เจ้าค่ะ!” สาวน้อยหยุดร้องและยิ้มออกมา
“รีบไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าต้องรีบออกเดินทาง ข้าจะให้คนรับใช้ทำของอร่อยให้เจ้า!”
“เจ้าค่ะ!”
ถังหลันมองถังเสี่ยวซีที่จากไปอย่างมีความสุข กลับต้องถอนหายใจ มองแสงดาวริบหรี่ยามราตรี ก่อนพึมพา “เจ้าเด็กโง่ ชีวิตยังอีกยาวไกล จะลืมใครสักคนไม่ได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น…”
……
ในนรกยามนี้ ผู้ที่ถังเสี่ยวซีเป็นห่วงเป็นใยนั้นกลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสักนิด ยังคงหลอมไฟวิญญาณอย่างมีความสุข
“วิ้ง…”
ติ่งหลอมยักษ์กางออก หลินมู่อวี่เร่งปราณยุทธ์ ดูดแสงวิญญาณที่อยู่รอบหินลาวาเข้ามา จากนั้นไม่นานก็ดูดแสงวิญญาณกว่าร้อยสายให้