ังหลันตอบ “ก็เพราะเสี่ยวซีนั่นแหละ เฮ้อ เด็กคนนี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว หากข้าไม่มาขอความเมตตาให้หลินมู่อวี่ เสี่ยวซีคงไม่ต้องการปู่คนนี้แล้วล่ะ…”
ถังเสี่ยวซีหน้าแดง “ท่านปู่ ท่านพูดอะไรน่ะ ข้าจะไม่ต้องการท่านได้อย่างไรกัน!”
เฟิงจี้สิงหัวเราะฮ่าๆ “ในเมื่อท่านหลันกงมาเพื่อขอความเมตตาให้อาอวี่ เช่นนั้นข้าน้อยยินดีนำทาง ท่านหลันกงโปรดตามข้ามาเถิดขอรับ!”
“ช้าก่อน ผู้บัญชาการเฟิง”
ถังหลันชี้ไปที่ทหารม้าของเมืองชีไห่ที่อยู่ด้านหลัง กล่าวขึ้น “ให้ทหารม้าห้าพันนายนี้รักษาการณ์อยู่นอกเมืองเถอะ ข้าและเสี่ยวซีตามท่านไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทก็พอแล้ว”
เฟิงจี้สิงเผยสีหน้าขอบคุณ “ขอบคุณท่านถังหลันที่เข้าใจความลำบากใจของข้าเฟิงจี้สิง”
“ฮ่าๆ พวกข้าก็เป็นขุนนางของจักรวรรดิ เป็นธรรมดาที่ต้องคำนึงถึงฝ่าบาท!”
“ไปกันเถอะขอรับท่านหลันกง ข้าน้อยจะนำทางเอง”
“ได้!”
……
เมื่อถังหลันมาถึงตำหนักเจ๋อเทียน คาดไม่ถึงว่าฉินจิ้นจะทรงเสด็จออกมาต้อนรับด้วยพระองค์เอง เห็นชัดว่าจักรวรรดิให้ความสำคัญกับเมืองซีไห่เป็นอย่างมาก หลังจากเชิญถังหลันเข้ามาในตำหนักแล้ว ฉินจิ้นแย้มพระโอษฐ์เหมือนทรงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว “ท่านถังหลันคงมาเพราะเรื่องหลินมู่อวี่ใช่หรือไม่”
ถังหลันพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ เสี่ยวซีและหลินมู่อวี่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี เฮ้อ…ปู่อย่างกระหม่อมไม่อาจขัดใจได้จริงๆ ตามใจนางมาตั้งแต่เด็กจนเสียนิสัยไปแล้ว!”
ฉินจิ้นอดแย้มพระสรวลไ