ม่ได้ “จะได้อย่างไรกัน เสี่ยวซีทั้งเฉลียวและฉลาด ทั้งยังมีจิตใจงดงาม นี่เป็นเรื่องที่ดี! เพียงแต่ท่านถังหลัน หลินมู่อวี่เข้าเจดีย์ทงเทียนสิบวันแล้ว…ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวอะไร นี่…”
ถังหลันกราบทูล “กระหม่อมมิบังอาจ เพียงแต่ขอให้ฝ่าบาทลดระยะเวลาลงมาสักเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ จากสามสิบวันเป็นยี่สิบวัน เป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ เช่นนี้กระหม่อมก็นับว่ามีคำอธิบายให้เสี่ยวซีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซีที่อยู่ด้านข้าง มองฉินจิ้นตาเป็นประกายด้วยความหวัง “ฝ่าบาท ขอทรงพระเมตตาด้วยเพคะ!”
ฉินจิ้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองเหล่าขุนนางที่อยู่ด้านข้าง ก่อนตรัสถาม “ถังหลันมาขอร้องด้วยตนเอง เจิ้งชิง หลัวซิ่ง ท่านสองคนมีความเห็นอะไรหรือไม่”
เจิ้งอี้ฝานสีหน้าไม่สู้ดี ประสานมือก่อนกราบทูล “แล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงตัดสินพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
หลัวซิ่งเองก็ตามน้ำ “กระหม่อมก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นอดทรงพระสรวลไม่ได้ “เช่นนั้นก็ดี เฟิงจี้สิงรับคำสั่ง สิบวันหลังจากนี้ไปเปิดประตูเจดีย์ทงเทียน หากหลินมู่อวี่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ปล่อยตัวเขาไป ให้เขากลับมารับคำสั่งโยกย้ายที่ตำหนักเจ๋อเทียน”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงจี้สิงยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ฉินจิ้นหันพระวรกายกลับ พระพักตร์เผยความยินดี เช่นนี้ เขาก็มีคำอธิบายให้บุตรีฉินอินแล้ว เพียงแต่หลินมู่อวี่ไม่มีความเคลื่อนไหวมาหลายวัน โอกาสรอดนั้นมีน้อยมาก