ดี” มารโลหิตผายมือทั้งสองข้างออก ท่าทางใจดีมีเมตตา
ตอนนี้เองหลินมู่อวี่ถึงได้ระวังตัว คนที่ช่วยคนอื่นโดยไม่มีสาเหตุ ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ยิ่งเป็นคนแบบมารโลหิตด้วย เพื่อตำแหน่งจักรพรรดิแล้วถึงกับสังหารพี่น้อง คนแบบนี้ไม่ช่วยคนอื่นง่ายๆ อย่างแน่นอน
“เช่นนั้นท่านก็ว่ามาเถอะ…” หลินมู่อวี่กล่าวเสียงเรียบ
มารโลหิตลูบศีรษะหมีเบาๆ แล้วยิ้มออกมา “พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าตามข้าไปยอดเจดีย์เถอะ หรือเจ้าเข้ามาในเจดีย์ทงเทียนแล้ว ไม่อยากรู้ว่าชั้นบนมีอะไร”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “โปรดนำทาง”
“เสี่ยวเฮย ไปกันเถอะ!”
เจ้าหมีคำรามออกมา แล้วแบกมารโลหิตปีนขึ้นไปยังชั้นสี่
หลินมู่อวี่ถือกระบี่เหลียวหยวน เดินตามขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ส่วนชื่อกุ่ยประสานมือเดินตามอยู่หลังสุด ราวกับกลัวว่าหลินมู่อวี่จะลงมือทำร้ายมารโลหิตขึ้นมา
ที่ชั้นสี่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
ชั้นห้าก็เช่นกัน
ชั้นหกก็ด้วย
พวกเขาเดินขึ้นไปทีละชั้นๆ แบบนี้ จนไปถึงชั้นที่สิบเจ็ด พอมองผ่านหน้าต่างบานเล็กก็เห็นฟ้าแลบและท้องฟ้าที่หมุนเป็นวงเหมือนน้ำวนที่ด้านนอก ที่นี่ใกล้หลุมอากาศสีเลือดนั่นมาก เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่สิบแปด ก็ใกล้มากจนเหมือนห่างเพียงแค่ก้าวเดียว
“ฟิ้ววว…”
ลมพัดรุนแรงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น
มารโลหิตไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว เขาปล่อยพลังขอบเขตปราชญ์ออกมารอบตัว ต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามา
หลินมู่อวี่ก็ปล่อยกระดองเต่าทมิฬออกมา ปกป้องต