พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน เขาไม่ถูกลอบโจมตีอีก แต่ก็ยังมีอีกปัญหาที่กวนใจเขาอยู่ ศพวานรหินตรงหน้าเริ่มส่งกลิ่นเหม็นจางๆ แล้ว เกรงว่าหากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้คงจะเน่าในไม่ช้า ถึงตอนนั้นถ้าเกิดโรคระบาดขึ้นมาก็คงต้องโทษตนเอง คิดไปคิดมาคงต้องกำจัดศพพวกนี้ทิ้งเสียแล้ว
หลินมู่อวี่จับขาของนักฆ่า ลากศพนักฆ่าไปทางบันไดทีละก้าว นักฆ่าตายแล้ว หัวกระแทกบันไดเสียงดังปึงปัง คงไม่รู้สึกเจ็บปวดหรอก
เขาปล่อยทักษะชีพจรวิญญาณออกมา ใช้ฌาณสัมผัสให้ขึ้นไปที่ชั้นสอง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงศัตรู จึงเดินตรงขึ้นไปชั้นสอง แต่ภาพตรงหน้าทำให้หลินมู่อวี่ถึงกับนิ่งอึ้ง ที่ชั้นสองเต็มไปด้วยโครงกระดูก กองกระดูกสีขาวกองโตอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องคิดเลยว่า พวกคนก่อนหน้าที่ถูกส่งเข้ามาในเจดีย์ทงเทียนก็ใช่ว่าจะถูกสังหารในทันที หลายคนก็เหมือนกับตนที่มาจัดการศพที่นี่ และสุดท้าย…ตนเองก็กลายเป็นศพอยู่ในนั้นด้วย
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หลินมู่อวี่ก็อดสั่นสะท้านไม่ได้ พูดกับตนเอง “ท่านโซระ อาโออิ ฮาตาโนะ ยูอิ ท่านโอคิตะ อันริและท่านอาจารย์อื่นๆ ที่เคารพ โปรดคุ้มครองข้าด้วย อย่าให้ข้ามาตายอยู่ที่นี่เลย…”