งไม่มีผู้ใดเคยเข้าไป มันจึงตั้งตระหง่านเดียวดายอยู่ที่นี่นับหมื่นปี ขนาดผู้ที่มีขอบเขตพลังเทวะก็ไม่ยินดีที่จะเข้าไปในเจดีย์ทงเทียน อาอวี่ เจ้าเข้าไปแล้วต้องระวังตัวด้วย พยายามอยู่ที่ชั้นหนึ่งอย่าขึ้นไปชั้นบน ด้วยพลังของเจ้าบางทีอาจจะอยู่รอดได้หนึ่งเดือน!”
“อืม ข้าทราบแล้ว”
หลินมู่อวี่บังคับม้าไปข้างหน้าช้าๆ ทันใดนั้นรู้สึกถึงลมเย็นพัดเข้ามา พัดจนชุดศึกของเขาปลิวสะบัด ม้าส่งเสียงร้องฮี้และยกขาหน้าขึ้น เขารีบจับสายบังเหียนและหนีบตัวม้าไว้แน่น ถึงได้ไม่ตกลงมา ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉาน ขนาดม้ายังหวาดกลัวถึงเพียงนี้ ในเจดีย์ทงเทียนต้องมีบางสิ่งที่ชั่วร้ายมากอย่างแน่นอน
เหลยหงกล่าว “อาอวี่ เจ้าต้องระวังตัวด้วย”
“ทราบแล้วขอรับ ท่านปู่เหลยหง” หลินมู่อวี่ยิ้มเป็นประกาย ตบหน้าอกตรงสัญลักษณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์โดนโจมตีจนแตก “ข้ายังต้องกลับวิหารศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าที่ผู้ช่วยฝึกดาวทองอยู่อีกครั้งนะขอรับ ไม่งั้นจื่อหลิงกับพวกผู้ช่วยฝึกคงได้ถูกรังแกจนน่วมแน่”
เหลยหงเผลอยิ้มออกมา แสบจมูกนิดหน่อย พูดขึ้น “เช่นนั้นปู่จะรอเจ้ากลับมาที่วิหารศักดิ์ศิทธิ์นะ!”
“คำไหนคำนั้นขอรับ!”
ฉินเหลยถือดาบอัสนีทลายมาที่ด้านล่างของเจดีย์ ออกคำสั่ง “เปิดประตู”
ทันใดนั้นทหารอวี้หลินสองนายสีหน้าหวาดกลัวยกมือผลักประตูเหล็กหนักๆ ที่ปิดอยู่ออก ประตูเหล็กมีรอยสนิมและเต็มไปด้วยเถาวัลย์ที่เลื้อยขึ้นมาเกาะเต็ม นึกไม่ถึงว่าพวก