“เหลยหง พูดจาให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง” ราชเลขาธิการตวาด “อย่าคิดว่าเจ้าเป็นขุนนางสามแผ่นดินแล้วจะสามารถจาบจ้วงเช่นนี้ได้ องค์จักรพรรดิอยู่เหนือสุด ทุกสิ่งที่นี่มีพระองค์เป็นผู้ทรงตัดสิน มิใช่เจ้า!”
เหลยหงยิ้มจางๆ “ราชเลขาธิการ ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว…”
ตอนนี้เอง พระสุรเสียงของจักรพรรดิฉินจิ้นก็ดังขึ้น “ท่านทั้งสาม เลิกโต้เถียงกันได้แล้ว”
บรรดาขุนนางทยอยกันมองไปทางองค์จักรพรรดิ ราชเลขาธิการหลัวซิ่งกราบทูลด้วยความเคารพ “มิทราบว่าฝ่าบาทจะทรงวินิจฉัยอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นพยักพระพักตร์ ก่อนตรัสขึ้น “เห็นแก่หลินมู่อวี่ที่กระทำความผิดเป็นครั้งแรก และเคยช่วยชีวิตเสี่ยวอินที่ป่าล่ามังกร ดังนั้นจึงละเว้นโทษตาย ทว่าโทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นมิอาจหลบเลี่ยง เสนาบดีเจิ้ง ท่านคิดโทษทางวินัยที่เหมาะสมให้แก่หลินมู่อวี่ก็แล้วกัน”
เจิ้งอี้ฝานกราบทูล “เช่นนั้น…ส่งเขาเข้าไปในเจดีย์ทงเทียนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เจดีย์ทงเทียน?”
เหลยหงสั่นเทาไปทั้งตัว สายตาดุดันขึ้นมาทันที น้ำเสียงโมโห “เจิ้งอี้ฝาน ทำไมเจ้าไม่เข้าไปในเจดีย์ทงเทียนเองเล่า ฝ่าบาททรงละเว้นโทษตายให้หลินมู่อวี่แล้ว เจ้าส่งเขาไปยังเจดีย์ทงเทียน สุดท้ายก็ตายเหมือนกันมิใช่หรือ!”
เจิ้งอี้ฝานกล่าว “เช่นนั้นก็อยู่ที่ความสามารถของเขาแล้ว อีกอย่างเจ็ดปีแล้วที่มิได้ส่งผู้ใดเข้าไปในเจดีย์ทงเทียน ใครจะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นภายในนั้น ขอเพียงหลินม