ู่อวี่มีชีวิตรอดอยู่ภายในเจดีย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน เช่นนั้นก็ทรงอภัยโทษให้แก่เขา ไม่ทราบฝ่าบาททรงคิดเห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นพยักพระพักตร์ “ข้าอนุญาต ทำตามที่เสนาบดีเจิ้งกล่าว ส่งหลินมู่อวี่เข้าไปยังเจดีย์ทงเทียน หากเขาสามารถอยู่รอดได้ถึงหนึ่งเดือน ข้าจะคืนตำแหน่งองครักษ์อวี้หลินให้ดังเดิม”
เฟิงจี้สิงรีบประสานหมัดกราบทูล “ฝ่าบาททรงใคร่ครวญด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ ในเจดีย์ทงเทียนมีปีศาจอาละวาด คนธรรมดาไหนเลยจะอยู่ในนั้นได้ถึงหนึ่งเดือน ฝ่าบาท…ได้โปรดละเว้นอาอวี่เถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินจิ้นตรัสด้วยพระสุรเสียงเรียบเฉย “ข้าตัดสินใจแล้ว ผู้บัญชาการเฟิงมิต้องกล่าวให้มากความ ทหาร ส่งหลินมู่อวี่ไปยังเจดีย์ทงเทียน สามวันส่งน้ำและอาหารให้หนึ่งครั้ง นอกจากนี้ กองกำลังรักษาพระองค์ กองกำลังอวี้หลิน และค่ายสารวัตรทหาร จะต้องส่งคนหนึ่งร้อยคนไปคุ้มกันที่ด้านล่างของเจดีย์ หากหลินมู่อวี่เจ้าดวงแข็งจริงๆ ละก็ ย่อมต้องมีชีวิตกลับมาหาข้าอย่างแน่นอน”
หลินมู่อวี่เงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดิที่ชราภาพแล้วผู้นี้ พลางกราบทูลว่า “ฝ่าบาท ถึงแม้กระหม่อมจะไม่ทราบว่าเจดีย์ทงเทียนเป็นสถานที่เช่นไร แต่หากกระหม่อมมีชีวิตกลับมา พระองค์จะทรงยินยอมพิจารณายกเลิกหญิงรับใช้ค่ายทหารหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นทรงตกตะลึงเล็กน้อย พระสุรเสียงแผ่วเบายิ่ง “ให้เจ้ามีชีวิตรอดออกมาก่อนค่อยพูดเถอะ! ทหาร คุมตัวเขาไปเจดีย์ทงเทียน”
ทหารแห่งพระตำหนั