กเจ๋อเทียนสองสามนายก้าวออกมา จับแขนหลินมู่อวี่ไพล่หลังแล้วพาเดินออกไปนอกพระตำหนัก ส่วนเฟิงจี้สิง ฉินเหลย และเหลยหง ก็ตามออกมา เฟิงจี้สิงใบหน้าซีดเผือด กล่าวขึ้น “คราวนี้แย่แล้ว…คราวนี้แย่แล้ว…”
“พี่เฟิง เจดีย์ทงเทียนเป็นสถานที่อะไรกันแน่” หลินมู่อวี่ถาม
เฟิงจี้สิงกัดฟันกรอด “เจดีย์ทงเทียนเป็นเจดีย์ที่สูงลิ่วจนมองไม่เห็นยอด ถูกทิ้งร้างอยู่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง ตามตำนานเล่าว่าในเจดีย์นั้นมีตัวประหลาดจำนวนมากซ่อนตัวอยู่ ผู้ที่เข้าไปแล้วไม่มีทางที่จะมีชีวิตกลับออกมา นักรบของจักรวรรดิที่กระทำผิดร้ายแรงล้วนถูกส่งเข้าไปในเจดีย์ทงเทียน แต่ก็ไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดกลับออกมาได้แม้แต่คนเดียว ว่ากันว่ามีคนเข้าไปแล้วเห็นแต่กระดูกขาวกองอยู่เต็ม”
หลินมู่อวี่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “บางทีข้าอาจจะดวงแข็งก็ได้”
เหลยหงกล่าวว่า “เจ้าเด็กโง่ ถึงเจ้าจะดวงแข็งเพียงใดก็ไม่มีทางมีชีวิตรอดออกมาจากเจดีย์ทงเทียนหรอก ตอนนั้นมียอดฝีมือขอบเขตปราชญ์สองคนเข้าไปในเจดีย์ สุดท้ายศพของพวกเขาก็ถูกค้นพบ เจ้ายังคิดว่าตัวเองจะดวงแข็งหรือไม่เล่า”
ฉินเหลยยื่นกระบี่เหลียวหยวนส่งให้หลินมู่อวี่ แล้วกล่าวว่า “น้องชาย เจ้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับมานะ!”
หลินมู่อวี่มองเฟิงจี้สิงกับฉินเหลย อดที่จะทอดถอนใจมิได้ พูดขึ้น “หากข้ารอดกลับออกมาไม่ได้จริงๆ พวกเราคงต้องเป็นพี่น้องกันในชาติหน้าแล้ว”
เฟิงจี้สิงขอบตาแดงก่ำ เขาหันกลับไป “ไม่ เจ้