ู ดวงตานางก็ปรากฏประกายแห่งชีวิตในที่สุด ความจริงแล้วการมีชีวิตอยู่นั้นสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด สำคัญกว่าความบริสุทธิ์ผุดผ่อง บางครั้งมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้
ตลอดทางที่คุ้มกันผู้หญิงเหล่านี้ออกนอกเมือง หลินมู่อวี่มีป้ายกองลาดตระเวนอยู่กับตัว ดังนั้นจึงไม่ได้ถูกขัดขวางแต่อย่างใด
ที่นอกเมือง ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดอย่างอบอุ่น หญิงสาวเหล่านั้นรับเหรียญทอง และพากันคุกเข่าลงข้างถนน พวกนางกล่าวคำขอบคุณด้วยความเคารพอย่างที่สุด บางคนถึงขนาดกอดคอกันร้องไห้
หลินมู่อวี่ที่อยู่บนหลังม้า หลับตาทั้งสองข้างลง ด้วยการรับรู้ของทักษะชีพจรวิญญาณ เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนบนพื้นดินจากฝีเท้าม้าที่มาจากที่ไกลๆ เขาชี้นิ้วไปทางทิศใต้ และเอ่ยขึ้น
“ทางทิศใต้ประมาณสามลี้จะมีหมู่บ้าน พวกเจ้ารีบไปใช้ชีวิตที่นั่นเถอะ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”
“ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้า…” พวกผู้หญิงต่างร่ำไห้ ประคับประคองกันจากไป
ไม่ถึงห้านาที ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังกระหึ่ม ทัพใหญ่ของกองกำลังรักษาพระองค์พุ่งออกมาจากเมืองหลวงมุ่งตรงมาทางนี้ มีจำนวนอย่างน้อยกว่าพันคน แต่หลินมู่อวี่รู้จักแม่ทัพที่นำกำลังมา น่าตกใจว่าเป็นหัวหน้ากองพันหลัวเลี่ย คนที่พาเขาเข้าเมืองหลวงตอนที่เขามาถึงเมืองหลวงครั้งแรกนั่นเอง
“อาอวี่!”
หลัวเลี่ยขมวดคิ้วแน่น พอควบม้ามาถึงก็กล่าวว่า “เจ้านี่ช่างบุ่มบ่ามนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าได้สร้างปัญหาขึ้นแล้ว การปล่อยหญิงรับใช้ค่าย