ตำหนัก ฉินเหลยลงจากหลังม้าพาหลินมู่อวี่เข้าสู่ภายในพระตำหนัก เห็นใบหน้าอันคุ้นเคยเดินออกมาต้อนรับแต่ไกล ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนนั่นเอง
“อาอวี่ ในที่สุดเจ้าก็เข้าร่วมหน่วยองครักษ์อวี้หลิน!” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพูดไปพลางหัวเราะไปพลาง
หลินมู่อวี่กระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย “พี่ฉู่ ตอนนี้เราก็ทำงานด้วยกันแล้ว กลัวแต่ว่าพอเข้าเป็นองครักษ์อวี้หลินแล้วจะไม่ค่อยมีโอกาสไปเยี่ยมพี่ฉู่เหยา”
“ไม่หรอก”
“ทำไมขอรับ” เขางงงวย
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนทำหัวเราะมีเลศนัย “ก็เพราะว่าเจ้าเพิ่งจะได้เข้าเป็นองครักษ์อวี้หลินไงล่ะ!”
“หา?”
ฉินเหลยหัวเราะดัง นั่งลงบนเก้าอี้ของแม่ทัพ พลางกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ บัญชีรายชื่อ!”
ไม่นาน ผู้ที่สวมชุดขุนนางบุ๋นผู้หนึ่งก็หยิบม้วนกระดาษออกมา กล่าวว่า “ผู้บัญชาการฉินเหลย โปรดสั่งการ”
ฉินเหลยลุกขึ้นยืนแล้วประกาศขึ้น “หลินมู่อวี่ องครักษ์อวี้หลินตำแหน่งนายหมู่ ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็น ‘องครักษ์พยัคฆ์’ ด้วยพระองค์เอง เนื่องจากเข้าเป็นองครักษ์อวี้หลินยังไม่ถึงสามเดือน ดังนั้น…ให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กองลาดตระเวนเป็นการชั่วคราว มียศเป็นหัวหน้ากองร้อย บัญชาการทหารอวี้หลินหนึ่งร้อยนาย”
หลินมู่อวี่นิ่งอึ้ง ไม่เข้าใจที่ฉินเหลยพูดเลยสักนิด
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนหัวเราะพลางตบบ่าเขา “เจ้าเด็กน้อย ใช้ได้ทีเดียว เข้าตำหนักเจ๋อเทียนมาก็ได้ตำแหน่งหัวหน้ากองร้อย (มีทหารในสังกัดหนึ่งร้อยนาย) ของกองกำลังอวี้หลินมาครอบครอง