ตอนข้าเข้ามาแรกๆ ได้แค่ตำแหน่งอู่ฉาง (มีทหารในสังกัดห้านาย) เอง!”
หลินมู่อวี่ยิ้มกระอักกระอ่วน ก่อนเอ่ยถาม “ใต้เท้าฉินเหลย องครักษ์พยัคฆ์ กองลาดตระเวน มันคืออะไรหรือขอรับ ข้ายังไม่ค่อยจะเข้าใจนัก”
“คืออย่างนี้…”
ฉินเหลยมือจับที่ด้ามของดาบ พลางกล่าวขึ้น “อาอวี่ องครักษ์อวี้หลินมีทั้งสิ้นสองร้อยสี่นาย แบ่งตามภารกิจหน้าที่ได้สามระดับขั้น ขั้นแรกคือ องครักษ์มังกร ทั้งหมดเจ็ดสิบนาย มีหน้าที่อารักขาติดตามฝ่าบาทกับองค์หญิงโดยเฉพาะ ต้องเป็นองครักษ์อวี้หลินอย่างน้อยสามปีถึงจะรับตำแหน่งนี้ได้ ขั้นที่สององครักษ์พยัคฆ์ ทั้งหมดหกสิบเอ็ดนาย รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยโดยรอบพระตำหนักเจ๋อเทียน และเจ้าก็เป็นหนึ่งในองครักษ์พยัคฆ์ สุดท้ายขั้นที่สามองครักษ์อินทรี รับผิดชอบตรวจตราและรักษาความปลอดภัยรอบเมืองหลวง”
ฉินเหลยหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “เจ้าคือองครักษ์พยัคฆ์ ถือว่าเป็นสวัสดิการที่ดีมากแล้วสำหรับองครักษ์อวี้หลินที่เข้ามาใหม่ ทำให้ดีล่ะ รอเจ้าปฏิบัติหน้าที่ครบหกเดือนข้าจะกราบทูลฝ่าบาทให้เลื่อนตำแหน่งเจ้าขึ้นเป็นองครักษ์มังกรเป็นกรณีพิเศษ! ส่วนกองลาดตระเวน ความจริงแล้วเป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นมาต่างหาก ในทุกวันจะรับผิดชอบลาดตระเวนรอบนอกพระตำหนักเจ๋อเทียนและคุ้มกันถนนทงเทียน ไม่ได้มีหน้าที่อะไรเป็นพิเศษ แค่รักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น นี่เป็นเส้นทางที่จะต้องผ่านเพื่อไปสู่การเป็นองครักษ์มังกร ข้ากั