ใหญ่เฟิงจี้สิงผู้นี้ดูดุดันเป็นอย่างยิ่ง แต่จังหวะที่ประสานสายตากัน เขาก็ยิ้มมุมปาก ทำให้จิตใจของหลินมู่อวี่ที่กระวนกระวายสงบลง เขารู้ดี ถึงแม้ตำหนักเจ๋อเทียนจะมีอิทธิพลซ่อนอยู่ลึกขนาดไหน ก็ไม่เป็นไร เพราะที่นี่มีพี่ชายสองคนนี้อยู่
ฉินเหลยก้าวขึ้นหน้า ประสานมือคารวะ “ฝ่าบาท กระหม่อมพาหลินมู่อวี่มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นพยักพระพักตร์ “ประกาศราชโองการ!”
ขันทีที่อยู่ด้านข้างก้าวขึ้นมาข้างหน้า คลี่ม้วนราชโองการสีทองออก กล่าวเสียงดังกังวาน “หลินมู่อวี่ สามัญชน ผู้ช่วยฝึกดาวสีทองประจำวิหารศักดิ์สิทธิ์ ขอบเขตนภาชั้นที่หนึ่ง เนื่องจากมีความดีความชอบที่เคยคุ้มครององค์หญิงอินที่ป่าล่ามังกร จึงโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นองครักษ์อวี้หลินเป็นกรณีพิเศษ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นชนชั้นสูงระดับสาม รับตำแหน่งหัวหน้ากององครักษ์อวี้หลินสิบนาย ประจำหน่วยพยัคฆ์ชั่วคราว หวังว่าจากนี้ไปเจ้าจะอุทิศรับใช้จักรวรรดิ จงรักภักดีต่อราชวงศ์ฉิน!”
ฉินเหลยส่งสายตาเป็นนัย พูดเสียงเบา “เจ้าโง่ ยังไม่รีบขอบพระทัยฝ่าบาทอีก”
หลินมู่อวี่ชะงัก ไฉนเลยจะเข้าใจพิธีการมายมายขนาดนั้น จึงก้าวขึ้นไปรับราชโองการ จากนั้นก็ทำเคารพแบบทหารของจักรวรรดิต่อฉินจิ้นที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ กล่าวด้วยความเคารพ “ข้าหลินมู่อวี่สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์ ไม่ทรยศอย่างเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!”
……
ตามหลักแล้ว เมื่อรับตำแหน่งองครักษ์อวี้หลินจะต้องทำความเคา