อมทราบมา หลินมู่อวี่จัดว่าเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ในรอบพันปี บุคคลเช่นนี้ควรจะได้รับใช้จักรวรรดิ จะถูกเสินโหวสังหารไม่ได้ ดังนั้นกระหม่อมจึงหวังว่าฝ่าบาทจะพระราชทานอนุญาตให้หลินมู่อวี่เข้าหน่วยองครักษ์อวี้หลินพ่ะย่ะค่ะ!”
ด้านข้าง ฉินอินยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเบาๆ แล้วตรัสขึ้น “เสด็จพ่อ ทรงอนุญาตเถอะเพคะ”
บุตรสาวตรัสเช่นนี้แล้ว ฉินจิ้นเองก็ไม่ได้มีโทสะอันใด “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะเขียนราชโองการแต่งตั้งให้หลินมู่อวี่เป็นสมาชิกขององครักษ์อวี้หลินเป็นกรณีพิเศษ ผู้บัญชาการเฟิง ลำบากท่านแล้ว”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ!”
พูดจบ เฟิงจี้สิงก็เงยหน้ามองฉินจิ้น กราบทูลเสียงต่ำ “ฝ่าบาท จวนเสินโหวนับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน ถึงขนาดกล้าบุกโจมตีวิหารศักดิ์สิทธิ์ จะปล่อยไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าหากจำเป็น ทรงนำกองทัพหนึ่งแสนนายที่มณฑลชางหนานกลับมาเมืองหลวง…กระหม่อมยินดีที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินจิ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ “เจิ้งอี้ฝานเป็นเสาหลักของจักรวรรดิ ตอนนี้แม่ทัพที่รับตำแหน่งสำคัญของแต่ละกองทัพในจักรวรรดิ เกินครึ่งล้วนเป็นคนของเจิ้งอี้ฝาน หากเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยก็ปล่อยเขาไปเถอะ อย่างไรเสียหากทางเป่ยม่อและหนานหมานเกิดสงครามขึ้นมา พวกเรายังต้องการให้เจิ้งอี้ฝานนำทัพออกรบ ไม่ใช่หรือ ผู้บัญชาการเฟิง”
“แต่ว่า…”
คิ้วคมสองข้างของเฟิงจี้สิงขมวดแน่น
“ไม่มีแต่ ผู้บัญชาการเฟิง