พ่อตรัสมานั้นข้าล้วนแต่ไม่ชอบ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเสด็จพ่อไปก่อน ดีหรือไม่เพคะ”
“เสี่ยวอินเด็กโง่…” ฉินจิ้นทรงถอนพระทัย
และในตอนนี้ เสียงขันทีด้านนอกดังเข้ามา “ฝ่าบาท ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์เฟิงจี้สิงขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้เขาเข้ามา!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว เฟิงจี้สิงที่ดูเหน็ดเหนื่อย คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วถวายความเคารพ “กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย “ผู้บัญชาการเฟิงมาเข้าเฝ้าข้าดึกดื่นเช่นนี้ ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม”
เฟิงจี้สิงพยักหน้า และกราบทูล “ฝ่าบาท เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เสินโหวนำทหารม้าจากค่ายเสินเวยจำนวนสามพันนายไปโจมตีวิหารศักดิ์สิทธิ์พ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ?!”
พระวรกายฉินจิ้นพลันสั่นเทาก่อนตรัสขึ้น “จะเป็นไปได้อย่างไร จวนเสินโหวและวิหารศักดิ์สิทธิ์ล้วนเป็นเสาหลักของจักรวรรดิ ทำไมถึงต่อสู้กันขึ้นมา แล้วผลเป็นอย่างไร ผู้บัญชาการเฟิง?”
เฟิงจี้สิงกราบทูล “กระหม่อมไปถึง การต่อสู้ก็หยุดลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายหลายสิบคน และสาเหตุการต่อสู้เป็นเพราะเสินโหวคิดจะสังหารหลินมู่อวี่ ดังนั้นกระหม่อมจึงจะมาทูลขออนุญาตฝ่าบาทให้หลินมู่อวี่เข้าหน่วยองครักษ์อวี้หลินพ่ะย่ะค่ะ”
“หืม?” ฉินจิ้นขมวดพระขนง “หลินมู่อวี่นี้เป็นผู้ใดกันแน่ ถึงสามารถทำให้ผู้บัญชาการเฟิงแนะนำได้ขนาดนี้”
เฟิงจี้สิงเงยหน้าขึ้น ก่อนกราบทูล “ตามที่กระหม่