ยร่างกายที่บาดเจ็บ ขวางอยู่หน้าหลินมู่อวี่ มองเจิ้งอี้ฝานด้วยสายตาที่แผดเผา “ท่านเสินโหว มีอะไรก็ได้โปรดพูดกันดีๆ เถอะ…ใต้เท้าหลินจื้อต้องไม่ใช่นักโทษอุกฉกรรจ์แน่นอน!”
เจิ้งอี้ฝานยิ้มจางๆ “จางเหว่ย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่นักโทษอุกฉกรรจ์”
คำถามนี้ทำให้จางเหว่ยยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
“ทหาร”
เสียงของเจิ้งอี้ฝานราบเรียบ “มัดหลินมู่อวี่ไว้กับโซ่ตรวนสัตว์!”
ทหารค่ายเสินเวยสองสามนายขึ้นมาข้างหน้า ใช้โซ่เหล็กที่รูปร่างแปลกประหลาดมัดแขนและขาทั้งสองข้างของหลินมู่อวี่ ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“พาตัวไป”
เจิ้งอี้ฝานสะบัดแขนเสื้อ กำลังจะจากไป
แต่ในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีพลังที่แข็งแกร่งสายหนึ่งแผ่ขยายเข้ามาอย่างรวดเร็ว เหลยหงเดินออกมาจากกวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างช้าๆ เสียงดังกังวาน “พี่เจิ้ง พวกเราไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านมาวิหารศักดิ์สิทธิ์กลับไม่แม้แต่ทักทายข้า ก็จะกลับไปแล้วหรือ”
เจิ้งอี้ฝานหันกลับมายิ้ม “พี่เหลยหงนี่เอง ที่จริงข้ามาครั้งนี้ไม่ได้มีเรื่องใหญ่อันใด เพียงแค่จับกุมนักโทษที่กำลังหลบหนีอยู่เท่านั้น ในเมื่อเป็นคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นข้าก็ทักทายตรงนี้เลยแล้วกัน”
“พี่เจิ้งจะบอกว่าหลินจื้อก็คือหลินมู่อวี่หรือ”
เหลยหงยิ้มจางๆ “ถึงเขาจะเป็น…แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรมาก เพียงแต่หลินมู่อวี่เป็นคนที่องค์หญิงซีแห่งตระกูลถังเมืองซีไห่ไหว้วานวิหารศักดิ์สิทธิ์ไว้ ตัวเขาม