รามเดือดดาลดั่งฟ้าร้องลอยมา “หยุดเดี๋ยวนี้!”
“พรึ่บ!”
แสงสีทองสายหนึ่งสาดทอเข้ามา พร้อมด้วยพลังปราณเย็นเยียบ มันคือโซ่เทวะ!
“แย่แล้ว!”
ซือคงหนานรีบหันกลับไป แต่โซ่เทวะมาอยู่เบื้องหน้าแล้ว เขารีบยกกระบี่ขึ้นมาต้านทานไว้ แต่ก็กลับถูกโจมตีถอยไปหลายก้าว เลือดทะลักออกมุมปาก แต่เขามิได้เดือดดาล กลับมีสีหน้าเคารพนบนอบ กล่าวเสียงดัง “ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
หลินมู่อวี่ส่งสัญญาณให้คนของวิหารหยุดมือ จางเหว่ยมีท่าทางแค้นเคือง เขายังต่อยตีไม่สมใจอยาก
ในตอนนี้ ฉินเหลยตะบึงม้าควบเข้ามา ในมือถือดาบอสนีทลาย ตามติดมาด้วยองครักษ์อวี้หลินกลุ่มหนึ่งที่ด้านหลัง เขาพลิกตัวลงจากหลังม้าสีหน้าคล้ำเขียว มองดูกำลังคนและม้าของค่ายเสินเวยกับของวิหาร เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบว่า “เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”
ซือคงหนานประสานหมัดคารวะด้วยความเคารพ “ผู้บัญชาการฉิน จางเหว่ย ครูฝึกระดับดาวสีทองของวิหาร เที่ยวกระทำสุ่มสี่สุ่มห้าโดยพลการในเขตเสบียงทหาร และยังทำร้ายนายเสบียงผู้ดูแลจนได้รับบาดเจ็บ ข้าเข้าไปอธิบาย คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ข้าเขาก็จะลงมือ!”
สายตาของฉินเหลยมองเขาอย่างดุดัน “จางเหว่ยเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐพีชั้นที่สอง เขากล้าที่จะต่อสู้กับเจ้าที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตนภาเชียวหรือ”
เขากล้าที่จะต่อสู้จริงๆ นั่นแหละ…
หลินมู่อวี่แอบคิดในใจ จากนั้นเขาประสานหมัดคารวะและเอ่ยขึ้น “ผู้บัญชาการฉินเหลย นายเสบียงเพิกเฉยต่อหน้าที