่ก่อน ให้พวกข้าคนของวิหารรออยู่นาน แต่ก็ไม่ยอมแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ ดังนั้นใต้เท้าจางเหว่ยจึงได้กระทำการล่วงเกินทั้งที่รู้ว่าไม่สมควร ส่วนท่านแม่ทัพซือคงหนานแห่งค่ายเสินเวย ก็มีคำสั่งให้คนปลดอาวุธของพวกข้า”
“งั้นหรือ”
ฉินเหลยเลิกคิ้ว มองไปที่ซือคงหนาน “ท่านแม่ทัพซือช่างน่าเกรงขามนัก คิดไม่ถึงว่าแม้แต่อาวุธของวิหาร ท่านยังจะกล้าสั่งปลด ดูเหมือนท่านจะลืมพระบรมราโชวาทขององค์ปฐมจักรพรรดิไปแล้ว อาวุธของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดก็มิอาจสั่งปลดได้!”
ขณะที่พูด ฉินเหลยก็ยิ้มเยาะ “ซือคงหนาน หากข้ารายงานเรื่องนี้ให้ฝ่าบาททรงทราบ เจ้าว่าเจ้าจะมีจุดจบอย่างไร”
ทันใดนั้นสีหน้าของซือคงหนานก็เปลี่ยนเป็นขาวซีด รีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น “ผู้บัญชาการฉิน ข้ามิได้กระทำการปลดอาวุธใดๆ ขอใต้เท้าสืบสวนให้กระจ่าง ครั้งนี้…ครั้งนี้เป็นเพียงการเข้าใจผิด อีกอย่าง ค่ายเสินเวยจะบังอาจล่วงเกินวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร”
“เช่นนั้นก็ดี”
ฉินเหลยถือดาบอสนีทลาย ก้าวไปยืนอยู่หน้านายเสบียงผู้ดูแล เขายกมือ แล้วใช้พลังไร้ลักษณ์หิ้วนายเสบียงผู้นี้ให้ลุกขึ้น
สีหน้าเขาขาวซีด ร้องขอความเมตตาละล่ำละลัก “ผู้บัญชาการฉิน ข้าน้อยไม่กล้าแล้วขอรับ ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว!”
ฉินเหลยยิ้มบางๆ “คนอย่างเจ้ามีเรื่องอะไรไม่กล้าทำ ทหาร เอาตัวมันไป นำไปส่งให้สมาพันธ์นกกระจอกเพลิงสอบสวนไอ้ระยำนี่ให้ดี ส่วนฝ่ายเสบียงให้เปลี่ยนผู้ดูแลใหม่ จำไว้