ึ่งเดียวแล้วหยุดนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างอย่างรวดเร็วและหยุดอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ
“หืม?”
หลินมู่อวี่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง จึงพลิกตัวลงจากเตียง เดินมาอยู่หน้าหนูตัวนั้น เขาก้มมองมัน แล้วพบว่าหนูตัวนี้เหมือนวิญญาณหลุดลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ผ่านไปประมาณสิบวินาที ถึงร้องจี้ดๆ ออกมา แล้วหมุนตัวมุดกลับเข้ารูที่อยู่ด้านหลังไป
“นี่มันเรื่องอะไรกัน”
หลินมู่อวี่พึมพำ ในสมองย้อนคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ คาดไม่ถึงว่าทักษะชีพจรวิญญาณจะทำให้ฌาณสัมผัสของตนรวมตัวเข้าด้วยกันและใช้โจมตีผู้อื่น หรือว่านี่ก็คือวิธีการโจมตีด้วยพลังจิต
เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาก็รีบไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ ต้องไปทดลองกับคนสักหน่อย!
“ใต้เท้าหลินจื้อ!”
จางเหว่ยถือดาบเดินเข้ามา หัวเราะแล้วเอ่ยขึ้น “ตื่นเช้าจังเลยนะท่าน!”
“ก็ใช่น่ะสิ ท่านจางเหว่ย” หลินมู่อวี่คิดอะไรออก จึงยิ้มกล่าว “ท่านจางเหว่ย ข้าอยากให้ท่านช่วยอะไรหน่อย”
“หือ?”
“ท่านยืนอยู่ตรงนี้อย่าขยับ”
“ได้” จางเหว่ยยืนอยู่หน้าเขา “ไม่ทราบว่าท่านต้องการทำอะไรหรือ…”
หลินมู่อวี่ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าจริงจัง ใช้ทักษะชีพจรวิญญาณทันที ฌาณสัมผัสรวมตัวกันที่จุดเดียวและพุ่งใส่ศีรษะของจางเหว่ย และในตอนนี้เอง จู่ๆ จางเหว่ยก็ตัวแข็งทื่อไป แต่อาการนี้เกิดขึ้นเพียงครู่เดียว ยังไม่ถึงครึ่งวินาทีด้วยซ้ำ จางเหล่ยตะ