ลึงงัน “เกิดอะไรขึ้น”
“เมื่อครู่ท่านรู้สึกถึงอะไร” หลินมู่อวี่ถาม
จางเหว่ยมึนงง เกาศีรษะพูด “รู้สึกว่าในหัวของข้านั้นขาวโพลนไปชั่วขณะ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใต้เท้าหลินจื้อ เมื่อครู่ท่านทำอะไรกับข้าหรือ”
“มะ ไม่มีอะไร…” หลินมู่อวี่หัวเราะฮ่าๆ แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิด การโจมตีโสตประสาทของพลังวิญญาณของทักษะชีพจรวิญญาณส่งผลต่อผู้ที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งน้อยมาก พลังวิญญาณของจางเหว่ยแข็งแกร่งกว่าหนูตัวนั้นมาก ดังนั้นจึงโจมตีทางโสตประสาทเขาได้แค่ไม่ถึงครึ่งวินาที ดูท่าแล้วหากคิดจะใช้ทักษะชีพจรวิญญาณนี้ต่อสู้จริงคงต้องฝึกอีกมาก
……
เช้าตรู่ เกอหยางถือม้วนกระดาษประกาศการจับคู่ฝึกในช่วงเช้า แต่หลังจากอ่านจบก็ไม่มีชื่อหลินมู่อวี่และจางเหว่ย จางเหว่ยจึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ “ผู้ดูแลเกอหยาง ท่านไม่ได้ลืมข้ากับหลินมู่อวี่ไปแล้วใช่ไหม”
เกอหยางยิ้มตอบ “ไม่ลืม ถึงข้าจะแก่แล้ว แต่ก็ไม่ลืมเจ้าสองคนหรอก หลินจื้อ จางเหว่ย วันนี้ช่วงเช้าพวกเจ้าสองคนต้องออกไปปฏิบัติภารกิจอย่างหนึ่ง”
“หืม?”
หลินมู่อวี่งุนงง ตั้งแต่เข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์มา นอกจากการฝึกประจำวันแล้วก็มีภารกิจอื่นน้อยมาก นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ จึงถามขึ้น “ภารกิจอะไรหรือขอรับ ท่านปู่เกอหยาง”
เกอหยางลูบเคราแล้วยิ้มกล่าว “ง่ายมาก พวกเจ้าสองคนต้องพาทหารรักษาการณ์ห้าสิบนายไปคลังเสบียงของกรมกลาโหมเบิกอาวุธ อาหาร เบี้ยเลี้ยงและอื่นๆ ของวิหารศักดิ์สิทธ