ไปเป็นแถว ชุลมุนวุ่นวายสุดๆ
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วกล่าว “ตอนนี้พวกเราต้องทำอย่างไรหรือ”
“ข้าน้อยจะไปยื่นหนังสือขอรับ” ทหารรักษาการณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์นายหนึ่งกล่าว
“ได้!”
ด้านนอกคลังเสบียงมีค่ายทหารชั่วคราวตั้งอยู่ ทหารรักษาการณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นควบม้าเข้าไป หลังจากเข้าไปไม่นานก็กลับออกมาด้วยใบหน้าคับแค้นใจ ในมือยังถือหนังสือคำสั่งอยู่
“เป็นอะไรไป” หลินมู่อวี่ถาม
ทหารวิหารศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างโกรธแค้น “เจ้าผู้ดูแลคลังโง่เง่านั่นจงใจกลั่นแกล้งพวกเรา ให้พวกเราต้องต่อแถวรอไป ต้องรอแจกให้ค่ายเสินเวยเรียบร้อยก่อนถึงจะแจกเสบียงของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้”
“ถือดีอะไรกัน” อารมณ์ร้อนของจางเหว่ยพุ่งขึ้นมาในทันที เขาโมโห “ค่ายเสินเวยเป็นกองทหารส่วนตัวของจวนเสินโหว แต่เดิมไม่อาจเบิกเสบียงหลวงได้อยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมาเข้าแถวอยู่ด้านหน้าพวกเราวิหารศักดิ์สิทธิ์ หรือทางกรมกลาโหมจะไม่ทราบว่าการเบิกเสบียงของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งของทหารแต่อย่างใด”
ทหารรักษาการณ์พูดเสียงต่ำ “ใต้เท้าจางเหว่ย ต้องเป็นเพราะวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับพวกเขา ถึงได้จงใจกลั่นแกล้งเช่นนี้”
“มีอย่างนี้ที่ไหนกัน!”
จางเหว่ยถือดาบควบม้าพุ่งเข้าไปในกองเสบียง หลินมู่อวี่ขวางไว้ไม่ทัน จึงรีบออกคำสั่ง “ทหาร ตามข้าเข้าไป!”
“ขอรับ!”
เขารีบพาทหารรักษาการณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์สิบนายตามเข้าไป แต