่า!”
“อย่างนั้นหรือ”
หลินมู่อวี่เลิกคิ้ว “ที่ลานประลองวิทยาลัยเทพสงครามท่านคิดจะสังหารข้าก่อน ก็อย่าโทษที่ข้าไม่เกรงใจ หากท่านต้องการแก้แค้น ข้าก็พร้อมทุกเมื่อ”
“เจ้า!” จ้าวจิ้นโกรธจัด
และในตอนนี้เอง ครูฝึกดาวสีทองผู้หนึ่งเดินออกมา เป็นฉินเหยียนที่ถือทวนอสรพิษเพลิง เขาเลิกคิ้ว “ท่านจ้าวจิ้น เสียแขนไปข้างหนึ่งแล้ว ยังคิดจะท้าประลองกับหลินจื้ออีกหรือ หากท่านไม่กลัวตาย ข้าฉินเหยียนก็ยินดีที่จะสนองให้ ข้ายินดีที่จะช่วยส่งท่านไปลงนรกนะ!”
“ฉินเหยียน…ท่านอ๋องน้อย…”
สีหน้าจ้าวจิ้นหวาดกลัว ฐานะของฉินเหยียนนั้นไม่เหมือนกับหลินมู่อวี่ เขาเป็นชนชั้นสูงระดับที่หนึ่ง ถึงฉินเหยียนจะสังหารเขา ก็เกรงว่าก็ไม่ได้รับโทษหนักอันใด และจ้าวจิ้นเองก็คิดไม่ถึงว่าฉินเหยียนจะมาวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ จึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี
เกอหยางกล่าวเสียงดัง “เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว เรื่องในอดีตล้วนผ่านพ้นไปแล้ว ในเมื่อเข้ามาในวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเคารพกฏของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ห้ามต่อสู้กันเอง มิเช่นนั้นต้องยึดตามกฎ ขับไล่ออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินแล้วใช่ไหม”
หลินมู่อวี่และฉินเหยียนประสานหมัดตอบพร้อมกัน “ขอรับ ท่านผู้ดูแล!”
จ้าวจิ้นมองหลินมู่อวี่อย่างจงเกลียดจงชัง แต่ก็ไม่ได้พูดอันใดออกมาอีก ถือทวนเดินกลับเข้าแถวไป
……
ช่วงบ่ายไม่มีเรื่องอะไร ดังนั้นหลินมู่อวี่จึงนอนหลับอยู่ในห้องลับตลอดบ่าย ชดเชยเวลาที่อดหลับอดนอนหลอ