า
แสงไฟด้านในโถงปรุงโอสถส่องสว่าง ผู้ปรุงโอสถต่างกำลังยุ่งกับการสกัดแก่นโอสถ เขาเห็นเงาร่างอรชรของฉู่เหยาอยู่ไกลๆ วันนี้นางสวมชุดสีครามบางเบา มองแล้วให้ความรู้สึกอ่อนช้อยงดงาม
“พี่ฉู่เหยา!”
หลินมู่อวี่ส่งเสียงเรียกทำให้ร่างอ่อนช้อยของฉู่เหยาสั่นสะท้าน นางหันมามองหลินมู่อวี่ แล้วอดที่จะยิ้มดีใจไม่ได้ “อาอวี่ เจ้าว่างมาหาข้าด้วย ได้ยินว่าเจ้าถูกกักบริเวณอยู่ไม่ใช่หรือ ครั้งก่อนข้าไปเยี่ยมเจ้า ก็ถูกทหารรักษาการณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ปฏิเสธ พวกเขาบอกว่าไม่ว่าใครก็เข้าเยี่ยมเจ้าไม่ได้ทั้งนั้น ไร้น้ำใจที่สุด!”
แน่นอนว่าหลินมู่อวี่ทราบดีว่านั่นเป็นเพราะเหลยหงต้องการปกป้องตน เขาเดินขึ้นไปข้างหน้า กระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะปรุงโอสถของฉู่เหยา แกว่งขาสองข้างไปมา แล้วยิ้มพูด “ช่วงนี้ท่านปรุงโอสถเป็นอย่างไรบ้าง”
ด้านข้างมีนักปรุงโอสถอาวุโสอายุราวหกสิบปีท่านหนึ่งยิ้มพูด “แม่นางฉู่เหยาเป็นปราชญ์โอสถที่อายุน้อยที่สุดของพวกเราแล้ว!”
“เอ๋? ปราชญ์โอสถ?”
หลินมู่อวี่อดที่จะตะลึงไม่ได้ ยิ้มพูด “พี่ฉู่เหยา ท่านปรุงโอสถระดับเจ็ดได้แล้วหรือ”
ฉู่เหยายิ้มพยักหน้าเขิน “อือ!”
“ยอดไปเลย!”
หลินมู่อวี่ตื่นเต้น กระโดดลงจากโต๊ะปรุงโอสถแล้วอุ้มฉู่เหยาขึ้นมา ใบหน้าของฉู่เหยาแดงแปร๊ดทันที นางเอ่ยเสียงเบา “อาอวี่ นักปรุงโอสถหลายท่านมองอยู่นะ…”
“อ่า ข้าขอโทษ ข้าตื่นเต้นไปหน่อยน่ะ” หลินมู่อวี่รีบวางนางลงแล้วเอ่ยขอโทษ
“ไม่เป็น