ก้านธูป พวกเราโจมตีได้ทั้งคู่ ใครทำลายวิญญาณยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน ถือว่าชนะไป เป็นอย่างไร”
หลินมู่อวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ในใจมีแผนการไว้แล้ว “อือ ตกลงพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินเหยียนยกพระพาหาขึ้นทันที ก่อนตรัสขึ้น “ผู้ดูแลเกอหยาง ขอเชิญท่านมาเป็นพยานให้กับพวกข้าด้วยขอรับ แล้วก็…ท่านจางเหว่ย เชิญท่านมาตัดสินแพ้ชนะให้ข้ากับพี่หลินจื้อด้วยขอรับ”
เกอหยางมีสีหน้าจนใจ “ท่านอ๋องน้อย นี่…นี่ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของวิหาร ห้ามไม่ให้มีการต่อสู้ส่วนตัวกันนะพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกข้าแค่จะดูว่าใครแพ้ชนะ มิได้จะฆ่ากัน ผู้ดูแลเกอหยางวางใจได้!”
จางเหว่ยกลับประสานหมัดยืนอยู่ด้านข้าง ยิ้มกล่าว “ท่านหลินจื้อ ท่านต้องต่อสู้เพื่อเหล่าผู้ช่วยฝึกของวิหารแล้วล่ะ!”
ในตอนนี้ มีคนจำนวนมากได้ยินข่าวทยอยกันเข้ามา พริบตาเดียวก็มีคนมารายล้อมอยู่ด้านข้างยี่สิบกว่าคน ส่วนเกอหยางก็จุดธูปขึ้น แล้วกล่าวขึ้น “ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เมื่อธูปหมดดอกจะต้องหยุดต่อสู้ทันที”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่กับฉินเหยียนประสานหมัดคำนับกันและกันอยู่ห่างๆ วินาทีต่อมา ฉินเหยียนก็พลันสะบัดทวนอสรพิษเพลิงในพระหัตถ์ ทันใดนั้นก็เกิดเปลวไฟปกคลุมขึ้นบนทวน เขาเป็นพระอนุชาของฉินเหลย ความสามารถของฉินเหลยนั้น หลินมู่อวี่ทั้งเคารพและเกรงกลัว ฉินเหยียนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ฝีมือก็คงไม่ด้อยไปกว่าพระเชษฐานัก มิเช่นนั้นคงจะไม่ท้าสู้กับตนหรอก
“ชิ้ง!”
หลินมู่อวี่ชักกระบี่เหลีย