้องทะยานถอย กระบี่ก็พลอยหลุดมือไปด้วย ฉินเหยียนรีบฉวยโอกาสนี้ ส่งทวนกระแทกเข้าใส่ด้ามกระบี่เหลียวหยวน หมายจะกระแทกให้กระบี่กระเด็นลอยไป ทว่าในตอนนั้นเองก็มีอสนีบาตผ่าลงมากลางอากาศ ราวกับมือที่ไร้รูปร่างข้างหนึ่งมาคว้ากระบี่เหลียวหยวนเอาไว้แน่น สายอสนีบาตวูบผ่านไป แล้วกระบี่เหลียวหยวนพร้อมด้วยประกายแสงแวววับของอสนีบาตก็พุ่งเข้ามา
“หา?”
ฉินเหยียนไม่ทรงทราบว่าหลินมู่อวี่ใช้ธาตุทั้งสี่ควบคุมกระบี่ได้ รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองเท้าดั่งเสาเหล็กปักลงไปกลางแผ่นหิน เกราะเกล็ดมังกรเปล่งรัศมีช่วงโชติ พลังป้องกันของกำแพงศิลาบวกกับเกราะโล่สองอย่างผสานเข้าด้วยกันบนเกราะเกล็ดมังกร ได้ยินเพียงเสียงตู้ม กระบี่เหลียวหยวนก็ดีดตัวออก ส่วนเกราะเกล็ดมังกรก็เกิดรอยแตกเล็กๆ ขึ้นมา
“ท่านหลินจื้อยอดเยี่ยมจริงๆ” ฉินจื่อหลิงกับผู้ช่วยฝึกคนอื่นๆ ตบมือโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่
ฉินเหยียนเองก็ทรงตกตะลึง ความอับอายฉีดพุ่งขึ้นพระพักตร์ทันที ทรงสะบัดพระพาหา แล้วพลังโจมตีติดต่อกันของทวนอสรพิษเพลิงก็ถาโถมเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด หลินมู่อวี่ควบคุมกระบี่เหลียวหยวนให้แหวกอากาศเข้ามาต้านทานเอาไว้ เกิดประกายไฟกระเซ็นออกเป็นสาย กระบวนท่าโจมตีชุดนี้หลินมู่อวี่ใช้กำแพงน้ำเต้าทั้งหมดต้านไว้ การโจมตีของฉินเหยียนนั้นดุเดือดเกินไป หากไม่ต้านเอาไว้คงจะได้รับบาดเจ็บได้โดยง่าย
อีกอย่างฉินเหยียนเป็นอนุชาของฉินเหลย นับว่าเป็นคนกันเอง หากไม่จำ