ู่แล้ว รวมกับการก่อชั้นผิว หลอมกระดูกและชำระไขกระดูก อีกทั้งร่างกายยังมีสายเลือดมังกรที่แท้จริง ถึงฌาณสัมผัสจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็ไม่เป็นปัญหา
ตกดึก เขานอนอยู่บนเตียง แผ่ญาณสัมผัสออกไป รับรู้ได้ถึงจังหวะชีพจรของเสียงจริงๆ ด้วย เสียงคนเดินอยู่ห่างประมาณห้าร้อยเมตร มีสองคน คนหนึ่งหนัก คนหนึ่งเบา พวกเขาไม่ได้พูดคุยกัน น่าจะเป็นฉินจื่อหลิงกับจางเหว่ย เพราะกลิ่นอายบนร่างของคนทั้งสองคนหนึ่งแข็งแกร่ง อีกคนหนึ่งอ่อนแอ กลิ่นอายที่แข็งแกร่งค่อนข้างจะดุดัน ส่วนที่อ่อนแอนั้นค่อนข้างอ่อนโยน เป็นสองคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ก๊อก ก๊อก…”
หลังจากนั้นไม่กี่นาที เสียงเคาะประตูดังขึ้น จางเหว่ยหัวเราะเสียงดัง “ท่านหลินจื้อ ข้ากับจื่อหลิงนำสุราอาหารมาเยี่ยมท่านน่ะ!”
หลินมู่อวี่พลิกตัวลุกขึ้น เปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา ทั้งสองคนถือสุราอาหารมาจริงๆ เขายิ้มอย่างยินดีปรีดาทันที “พวกเจ้ามาแล้วหรือ เข้ามานั่งก่อนเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”
แน่นอนว่าจางเหว่ยไม่เกรงใจอยู่แล้ว เขาถือไก่ย่างหนึ่งตัวและขากวางหนึ่งน่องมาด้วย ส่วนฉินจื่อหลิงถือผัดผักและสุราชั้นดีสองไห หลังวางสุราลง ทั้งสามคนกินอาหารไปคุยไป
“จ้าวจิ้นเจ้าลูกเต่านั่น ยังจะพูดว่าต้องการฝึกกระบี่ด้วยมือเดียว จะต้องจัดการเจ้าด้วยตัวเอง…” จางเหว่ยพูดน้ำลายฝอย หน้าแดงก่ำ สีหน้าโกรธแค้น
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ช่างเขาเถอะ จ้าวจิ้นเป็นคนพิการไปแล้ว”
ฉินจื่อห