ที่ขาดของจ้าวจิ้นนั้นก็แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีในพริบตา เขาหมุนตัวกลับ ก้มหยิบทวนหลีฮวาของจ้าวจิ้นที่อยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ และขี่ม้าตรงไปยังอัฒจันทร์สูง
“อาอวี่ เจ้า!”
เหลยหงตกตะลึงพรึงเพริด เขาหยุดยั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไว้ไม่ทัน เมื่อเขามาถึงขอบอัฒจันทร์ ก็เห็นแขนที่ได้รับบาดเจ็บของหลินมู่อวี่ห้อยตกลงมา ปราณยุทธ์ที่เปลี่ยนเป็นเปลวไฟนั้นกำลังละลายน้ำแข็งบนแขนซ้าย หลินมู่อวี่ถือทวนหลีฮวาไว้ในมือ พร้อมกับประสานหมัดทำความเคารพอย่างยากลำบาก
“ขออภัยขอรับ ผู้ดูแลอาวุโส ข้าพลั้งมือทำลายแขนของใต้เท้าจ้าวจิ้น จะลงโทษอย่างไร ขอน้อมยอมรับ ใต้เท้าจ้าวจิ้นคิดจะสังหารข้าแต่กลับถูกข้าเอาชนะได้ ตามกฎการต่อสู้ของจักรวรรดิแล้ว ทวนหลีฮวาของเขาจะต้องตกเป็นของข้า ใช่หรือไม่ขอรับ”
“เจ้านี่นะ…”
เหลยหงถอนหายใจ ความขัดแย้งระหว่างวิหารศักดิ์สิทธิ์กับจวนเสินโหว ดูเหมือนจะยิ่งหยั่งลึกมากขึ้นจากเหตุการณ์ฝึกทหารในครั้งนี้
ฉินฮ่าวลุกขึ้นยืน มองหลินมู่อวี่พลางยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กนี่กล้าหาญนัก…กำลังวังชาก็ไม่เลว ข้าชอบ! ใต้เท้าเหลยหง ถ้าไงท่านมอบหลินจื้อผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองผู้นี้ให้แก่วิทยาลัยเทพสงครามเถอะ ที่นี่กำลังขาดแคลนครูฝึกที่แข็งแกร่งเช่นเขาอยู่!”
เหลยหงไหนเลยจะยอมใจมอบเจ้าเด็กที่มีค่าเช่นนี้ให้ไปได้ เขาเอาชนะได้กระทั่งจ้าวจิ้น ในบรรดาครูฝึกกับผู้ช่วยฝึกทั้งหมดของวิหารตอนนี้เขาเป็นอั