ง “เจ้า…คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะพูดเรื่องเงินทองกับข้า เราเป็นสหายกันมาหลายสิบปี เจ้ามาพูดเรื่องเงินกับข้า…อีกอย่างวิทยาลัยเทพสงครามเป็นองค์กรที่ใสสะอาด จะเอาเงินมาจากไหนได้ตั้งมากมาย”
“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ จักรวรรดิส่งเงินสนับสนุนให้วิทยาลัยเทพสงครามสองล้านเหรียญทองทุกปี อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะเอาเงินจากไหนไปซื้ออาวุธกับม้าศึก แค่ทหารม้าก็สามพันกว่านายเข้าไปแล้ว อย่ามาปิดบังข้า ชดใช้มาซะ!”
“ตกลงๆ ชดใช้ก็ชดใช้ เจ้านี่ก็แก่แล้ว ยังจะขี้โมโหอยู่ได้…”
หลังจากกลับมาถึงแถวของผู้ช่วยฝึก หลินมู่อวี่ก็ควักโอสถฟื้นสภาพขึ้นมาเทใส่แผล เร่งการสมานของบาดแผลให้เร็วขึ้น สีหน้าของเขายังคงซีดเซียวอยู่บ้าง เพราะแผลครั้งนี้นับว่าสาหัสทีเดียว การโจมตีของทวนหลีฮวาที่ผนวกกับวิญญาณยุทธ์นั้นไม่ธรรมดา บาดแผลจึงฉีกขาดรุนแรง
“ยินดีด้วยหลินจื้อ เจ้าเอาชนะจ้าวจิ้นได้แล้ว…” ฉินจื่อหลิงพูดไปยิ้มไป
“มีอะไรน่ายินดีกันเล่า” หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างขมขื่น “มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวก็เท่านั้น”
หม่าหลินกลับหัวเราะขึ้น “หลินจื้อ เจ้าได้ระบายความแค้นแทนพวกเราเหล่าผู้ช่วยฝึก มิต้องถ่อมตัวหรอก ตั้งแต่นี้ไปเกรงว่าเจ้าจะเป็นอันดับหนึ่งแห่งวิหารของเราเสียแล้ว!”
“เฮ้อ…” หลินมู่อวี่ก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นจิตสังหารบนใบหน้าของทหารค่ายเสินเวย รู้สึกเหมือนหาเรื่องใส่ตัวเข้าแล้วจริงๆ
“จื่อหลิง ค่ายเสินเ