ามารถซักได้ จึงทำได้เพียงเท่านี้ และจุดประสงค์ที่เขาซักผ้าก็เพราะใกล้จะถึงเมืองหลันเยี่ยนแล้ว ในฐานะองครักษ์ขององค์หญิง จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์น่าเกรงขามของราชวงศ์เอาไว้
ชุดคลุมขาวของชวีฉู่สะบัดพลิ้ว ชุดของเขาเหมือนเสื้อผ้าที่ฉินเหลยสวมใส่ทุกประการ พวกเขาเป็นองครักษ์อวี้หลินชุดขาว เสื้อคลุมชุดขาวชนิดนี้มีความละเอียดประณีตยิ่งกว่า แถมบนชุดยังปักดอกจื่ออินสัญลักษณ์แห่งจักรวรรดิเอาไว้ด้วย ดูแล้วช่างสง่างามน่าเกรงขาม เมื่อเทียบกันแล้ว ชุดเกราะของวิหารดูเหมือนสินค้าในเถาเป่าอย่างชัดเจน ยังดีที่หลินมู่อวี่หน้าตาดี ใส่ชุดนี้แล้วจึงดูไม่ค่อยขัดตาเท่าใดนัก
ช่วงกลางดึก พวกเขาเดินทางเข้าใกล้ลานล่าสัตว์ของราชวงศ์
ฉินเหลยถืออาวุธ กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “อีกไม่นานก็น่าจะเห็นค่ายกองทหารรักษาพระองค์ของผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงแล้ว ห่างจากที่นี่ไม่น่าเกินสามสิบลี้ พวกเราเร่งเดินทางในคืนนี้เลยเถอะ”
ชวีฉู่พยักหน้า “อือ ตกลง!”
ครั้งนี้มีฉินเหลยนำหน้าคอยเปิดทาง ตามมาด้วยชวีฉู่ ฉินอินกับถังเสี่ยวซีอยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วยหลินมู่อวี่ที่มีหน้าที่ระวังหลังคุ้มครองสาวงามทั้งสอง
นี่ก็เป็นอีกคืนที่มืดมิดลมแรง เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ภายในป่ามืดสนิท เสียงร้องคำรามของสัตว์ป่าดังมาให้ได้ยินเป็นระลอก ฉินเหลยมือหนึ่งถือดาบอสนีบาต อีกมือหนึ่งถือคบเพลิง พร้อมพูดขึ้น “ระวังตัวกันด้วย ที่นี่เป็นทางเขาขรุขระ อย่าให้ม้าเดินสะดุดล่ะ”